Home การสะตุ การประสะ การฆ่าฤทธิ์ยา

Who's Online

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter Revised by M.Majunke

66464
TodayToday257
YesterdayYesterday329
This WeekThis Week1310
This MonthThis Month2789
All DaysAll Days66464

Designed by:
การสะตุ การประสะ การฆ่าฤทธิ์ยา
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2010 เวลา 21:37 น.
ในการที่จะนำเอาตัวยาที่มีฤทธิ์แรง มาใช้ประกอบตัวยาเพื่อให้เกิดสรรพคุณทางยานั้น มีวิธี
การทำให้ฤทธิ์ของยาอ่อนลงจนสามารถนำมาใช้ ไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย ดังจะได้อธิบายต่อไปนี้

การสะตุ
การสะตุ คือ การทำให้ตัวยามีฤทธิ์อ่อนลง หรือทำให้พิษของตัวยาน้อยลง หรือทำ
ให้ตัวยานั้นสะอาดขึ้น
๑) การสะตุเหล็ก เอาเหล็กมาครางด้วยตะไบ แล้วนำผงเหล็กที่ได้มาใส่ในฝาละมี? หรือหม้อดิน บีบน้ำมะนาวลงไปให้ท่วมผงเหล็ก เอาขึ้นตั้งไฟให้แห้ง ทำให้ได้ ๗ ? ๘ ครั้งจนผงเหล็กกรอบดี จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๒) การสะตุสารส้ม เอาสารส้มมาบดให้ละเอียด นำมาใส่หม้อดิน แล้วตั้งไฟจนสารล้มละลายฟู ขาวดีแล้ว ยกลงจากไฟ จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๓) การสะตุรงทอง เอารงทองมาบดให้ละเอียด แล้วห่อด้วยใบบัวหรือใบข่า ๗ ชั้น นำไปปิ้งจนสุกกรอบดี จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๔) การสะตุมหาหิงคุ์ นำมหาหิงคุ์มาใส่ภาชนะไว้ ใช้ใบกะเพราแดง ใส่น้ำต้มจนเดือดเทน้ำกะเพราแดงต้มลงละลายมหาหิงคุ์ แล้วนำมากรองให้สะอาด จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๕) การสะตุดินสอพอง นำดินสอพองใส่หม้อดิน ปิดฝายกขึ้นตั้งไฟให้นานพอสมควร จนเห็นว่าดินสอพองสุกดีแล้ว จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๖) การสะตุน้ำประสานทอง เอาน้ำประสานทองใส่หม้อดิน ตั้งไฟจนละลายฟูขาวทั่วกันดีแล้ว จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๗) การสะตุยาดำ นำเอายาดำใส่หม้อดิน เติมน้ำเล็กน้อย ยกขึ้นตั้งไฟ จนยาดำกรอบดีแล้ว จึงนำไปใช้ปรุงยาได้

การประสะ
คือ การทำให้พิษของตัวยาอ่อนลง เช่น การประสะยางสลัดได? หรือ หมายถึง ในยาขนาดนั้นมีตัวยาตัวหนึ่ง ขนาดเท่ายาตัวอื่น ๆ หนักรวมกัน เช่น ยาประสะไพล มีไพล จำนวนเท่าตัวยาอื่นทั้งหมดหนักรวมกัน
วิธีการประสะยางสลัดได ยางตาตุ่ม ยางหัวเข้าค่า
มีวิธีการทำเหมือนกันทั้ง ๓ อย่าง คือ นำตัวยาที่จะประสะใส่ลงในถ้วย ใช้น้ำต้ม
เดือด ๆ เทลงไปในถ้วยยานั้น กวนให้ทั่วจนน้ำเย็น รินน้ำทิ้งไป แล้วเทน้ำเดือดลงในยา กวนให้ทั่วอีก ทำอย่างนี้ประมาณ ๗ ครั้ง จนตัวยาสุกดีแล้ว จึงนำไปใช้ปรุงยาได้

การฆ่าฤทธิ์ตัวยา
คือ การทำให้พิษของยาอ่อนลง เป็นการทำกับตัวยาที่มีพิษมาก เพื่อให้พิษหมด
ไป หรืออ่อนลง จนไม่เป็นอันตายต่อผู้ใช้ยา เช่น การฆ่าสารหนู จะทำให้สารหนูที่มีพิษมาก มีพิษอ่อนลง สามารถนำมาใช้ทำยาได้
๑) การฆ่าสารหนู เอาสารหนูมาบดให้ละเอียด ใส่ในฝาละมีหรือหม้อดิน บีบน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดใส่ไปให้ท่วมตัวยา ตั้งไฟจนแห้ง ทำให้ได้ ๗ ? ๘ ครั้ง จนกว่าสารหนูกรอบดีแล้ว จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๒)? การฆ่าปรอท นำเอาทองแดง ทองเหลือง หรือเงิน ใส่ไว้ในปรอท ให้ปรอทกินจนอิ่ม จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
๓) การฆ่าลูกสลอด มีหลายวิธีเช่น
วิธีที่ ๑? เอาลูกสลอดห่อรวมกับข้าวเปลือก ใส่เกลือพอควร นำไปใส่หม้อ
ดินใส่น้ำลงตั้งไฟ ต้มข้าวจนเปลือกบานทั่วกัน จึงเอาลูกสลอดมาล้างให้สะอาด ตากให้แห้ง จึงนำไปใช้ปรุงยาได้
วิธีที่ ๒? เอาลูกสลอด ต้มกับใบมะขาม ๑ กำมือ ใบส้มป่อย ๑ กำมือ เกลือ ๑ กำมือ เมื่อสุกดีแล้วจึงเอาเนื้อในลูกสลอด นำไปใช้ปรุงยาได้
๔) การฆ่าชะมดเช็ด โดยหั่นหัวหอม หรือผิวมะกรูด ให้เป็นฝอยละเอียด ผสมกับชะมดเช็ด ใส่ลงในใบพลูหรือช้อนเงิน นำไปลนไฟเทียน จนชะมดเช็ดละลาย จนหอมดีแล้ว จึงกรองเอาน้ำชะมดเช็ด นำไปใช้ปรุงยาได้ ???
 

Login Form