Home การทำยาลูกกลอน

Who's Online

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter Revised by M.Majunke

66463
TodayToday256
YesterdayYesterday329
This WeekThis Week1309
This MonthThis Month2788
All DaysAll Days66463

Designed by:
การทำยาลูกกลอน
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2010 เวลา 22:27 น.
ยาลูกกลอนเป็นรูปแบบหนึ่งของยาสมุนไพร มีรูปร่างกลม ทำจากผงยาชนิดเดียวหรือหลายชนิด ผสมสารที่ทำให้ผงยาเกาะตัว เช่น น้ำ น้ำแป้ง น้ำผึ้ง เป็นต้น
ยาลูกกลอนอบน้ำผึ้ง เป็นยาลูกกลอนที่ทำจากผงยาและน้ำผึ้งรวมกัน มีลักษณะกลม มีน้ำอยู่น้อย การแตกตัวช้า ออกฤทธิ์ได้นานน้ำผึ้งที่ใช้ผสมช่วยปรับรสและช่วยบำรุงร่างกาย มักใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อรัง และโรคที่ต้องการบำรุงด้วย แต่มีข้อเสียลูกกลอนน้ำผึ้งใช้น้ำผึ้งจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนสูง

วิธีการเตรียมยาลูกกลอนน้ำผึ้ง
มีกรรมวิธีและเทคนิคที่จะทำให้ยาลูกกลอนเป็นเม็ดสวยได้ แบ่งออกเป็นขั้นตอน ๓ ขั้นดังนี้
๑. ขั้นตอนการเคี่ยวน้ำผึ้ง ขั้นตอนนี้นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก การเคี่ยวน้ำผึ้งมีประโยชน์ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค และไล่น้ำที่อยู่ในน้ำผึ้ง ทำให้ลูกกลอนไม่ขึ้นรา ยาที่ปั้นเม็ด จะเก็บได้นาน หรือเก็บได้ไม่นานขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ ในการเคี่ยวน้ำผึ้งต้องใช้ภาชนะที่แห้งสนิท มีวิธีทำดังนี้
๑.๑ เทน้ำผึ้งใส่หม้อขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้โดยทั่วไปอัตราส่วนระหว่างน้ำผึ้ง ต่อยาผงที่จะใช้ผสมเป็น ๑ ต่อ ๑ ( โดยน้ำหนัก ) แต่อัตราส่วน ที่เป็นการประมาณการใช้น้ำผึ้งมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของผงยา เช่น ยาผงที่มีส่วนผสมของยาดำ มหาหิงคุ์ ยาพวกนี้ต้องใช้น้ำผึ้งในการผสมน้อย ซึ่งต่างจากยาผงที่มีพวกแก่นไม้ รากไม้ พวกเกสรดอกไม้ พวกนี้ต้องใช้น้ำผึ้งมาก
๑.๒.นำหม้อที่ใส่น้ำผึ้งขึ้นตั้งไฟ ช่วงแรกใช้ไฟแรง คนให้เข้ากัน และเคี่ยวจนน้ำผึ้งเหนียวได้ที่ โดยดูจากลักษณะดังนี้คือ
๑.๒.๑ตอนแรกที่น้ำผึ้งเดือด? ฟองจะใหญ่และผุดสูง เมื่อเคี่ยวได้ที่ฟองจะยุบ และมีขนาดเล็กละเอียด ช่วงเคี่ยวตั้งแต่น้ำผึ้งฟองใหญ่จนฟองเล็ก ใช้เวลา ๑๐ ? ๑๕ นาที
๑.๒.๒.การทดสอบได้อีกวิธีหนึ่งคือ หยดน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้ว ลงในน้ำที่อุณหภูมิห้องปกติสังเกตดูว่าน้ำผึ้งมีลักษณะอย่างไร ลักษณะน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้ว จะมีลักษณะคือ น้ำผึ้งจะมีสีน้ำตาลเข้มข้นกว่าเดิม เป็นก้อนแข็งและผสมตัวกัน แต่ถ้าหยดลงไปในน้ำแล้วน้ำผึ้งยังเหนียว ไม่แข็ง ไม่จับเป็นก้อน ต้องเคี่ยวต่อไปอีก และทดสอบดูอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเคี่ยวน้ำผึ้งได้ที่แล้ว เติมน้ำเดือดลงไป ๒ กาใหญ่ ขณะที่หม้อตั้งอยู่บนเตา แล้วเคี่ยวต่อไปจนน้ำผึ้งได้ที่ ซึ่งลักษณะความเหนียวจะไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยประสบการณ์? และสังเกตจากลักษณะฟ้องตาที่กล่าวไว้ในข้อ ๑.๑??????????????????
๑.๓ เมื่อเคี่ยวน้ำผึ้งได้ที่ดีแล้ว ให้ยกลงจากเตา กรองด้วยผ้าขาวบาง และกวนต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำผึ้งเริ่มเย็น เมื่อน้ำผึ้งเย็นแล้ว จึงนำไปผสมกับยาผงในขั้นต่อไป
๒. ขั้นตอนการผสมน้ำผึ้งกับยาผง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะยาจะเป็นเม็ดได้หรือไม่เป็น ก็ขึ้นอยู่กับการผสมน้ำผึ้งกันยาผง มีรายละเอียดดังนี้
๒.๑??? นำยาผงที่ชั่งเตรียมไว้ เทใส่กะละมังที่แห้งและสะอาด
๒.๒?? ตวงน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้ว ค่อย ๆ เทราดบนยาผงทีละทัพพี พร้อมกับใช้มือคลุกเคล้ายาให้เข้ากับน้ำผึ้งและเทราดน้ำผึ้งพร้อมกับคลุกเคล้ายาจนได้ที่ซึ่งจะสังเกตได้โดยหยิบยาที่เคล้าทดลองปั้นเม็ดด้วยมือดูว่าเป็นเม็ดดี หรือยาติดนิ้วหรือไม่ ถ้ายาได้ที่แล้วจะไม่ติดนิ้วมือ และบีบยาเม็ดยาที่ปั้นดูว่า ยานั้นแตกร่วนหรือไม่ ถ้ายาไม่แตกร่วนยังเป็นเม็ดเกาะกันดีแสดงว่ายาได้ที่แล้ว ถ้าบีบแล้วยายังแตกร่วนอยู่ แสดงว่ายังเคล้ายาไม่เข้ากับน้ำผึ้ง
หมายเหตุ : ขั้นตอนที่ต้องใช้มือคลุกยา ต้องล้างมือให้สะอาด และต้องให้มือให้แห้ง เพราะถ้ามือไม่
แห้งสนิท จะทำให้ยาขึ้นราได้ หรืออาจจะใส่ถุงมือยางที่สะอาดก็ได้
๓. การทำยาเม็ดลูกกลอน
๓.๑? โดยใช้เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน ซึ่งจะมีขั้นตอนและกรรมวิธีการทำดังนี้
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
๓.๑.๑ เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
๓.๑.๒ เครื่องรีดเส้นยา
๓.๑.๓ ยาที่คลุกน้ำผึ้งไว้เรียบร้อยแล้ว
๓.๑.๔ ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่, ขนาดกลาง
๓.๑.๕ ผ้าสะอาดผืนเล็ก
๓.๑.๖ กาต้มน้ำขนาดใหญ่
๓.๑.๗ แปรงทองเหลือง ( สำหรับแปรงยาที่ติดเครื่องรีดเส้นยา )
๓.๑.๘ โต๊ะหรือเก้าอี้ ( สำหรับวางถาดยาที่ออกมาจากเครื่อง )
๓.๑.๙ ทัพพี
๓.๑.๑๐ มีด
การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์
๑.?? การทำความสะอาดเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน และเครื่องรีดเส้นยา โดยใช้น้ำเดือดเทราดเครื่องให้น้ำไหลลงกะละมังใหญ่ เช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด และใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดอีกครั้ง
๒.? นำถาดขนาดกลางที่แห้งสะอาด มารองรับยาจากเครื่องรีดเส้นยาและเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
วิธีการผลิต
๑.? นำยาซึ่งได้คลุกน้ำผึ้ง ( หรือสารยึดเกาะอื่น ๆ ) ไว้เรียบร้อยแล้ว ใส่เครื่องรีดเส้นยา ๑ ? ๒ ครั้ง เพื่อให้ได้เส้นยากลม แน่น และเรียบ โดยใช้มีดตัดเส้นยาที่ผ่านเครื่องรีดแล้ว ให้มีขนาดเท่ากับความยาวของเครื่องตัดยาเม็ดลูกกลอน???
๒. เปิดเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน นำเส้นยาที่ได้วางตามขวางบนเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน เส้นยาก็จะถูกตัดออกเป็นเม็ดกลม ๆ ลงบนถาดรองรับยา
๓. คัดเลือกเม็ดยาที่ไม่ได้ขนาดออก นำเม็ดยาที่ได้คัดเลือกแล้วใส่ในถังเคลือบยาเม็ด ในปริมาณที่เหมาะสมกับเครื่องเคลือบยาเม็ด
๔. เปิดเครื่องหมุนถึงเคลือบยาเม็ด จนได้เม็ดยากลม เรียบ ดีแล้ว จึงนำยาเข้าอบที่อุณหภูมิ ๕๐ ? ๕๕ องศาเซลเซียส ประมาณ ๔ ? ๖ ชั่วโมง จนยาแห้งดี ทิ้งไว้ให้เย็น และนำยาเก็บไว้ในขวดโหลแก้วปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันความชื้น
๓.๒? โดยใช้รางกลิ้งยา ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนและกรรมวิธีการทำ ดังนี้
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
๓.๑.๒??? รางกลิ้งยา พร้อมฝากระกบ
๓.๑.๓??? กะละมังขนาดใหญ่
๓.๑.๔??? ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่, ขนาดกลาง
๓.๑.๕??? ชามขนาดกลาง
๓.๑.๖.??? ผ้าสะอาดผืนเล็ก
๓.๑.๗??? กาต้มน้ำขนาดใหญ่
๓.๑.๘??? โต๊ะที่ใช้วางรางกลิ้งยา
๓.๑.๙??? น้ำมันพืช หรือน้ำมันที่ไม่มีกลิ่น

การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์
๑. ทำความสะอาดรางกลิ้งยา และฝาประกบ โดยใช้น้ำเดือดเทราดรางกลิ้ง พร้อมฝาประกบในกะละมังเช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด และใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดอีกครั้ง ทิ้งให้ระเหยแห้งก่อนนำยามากลิ้งบนรางกลิ้งยา
๒. นำรางกลิ้งยามาวางบนโต๊ะสำหรับกลิ้งยา
๓. นำชามขนาดกลางใส่น้ำสุกประมาณครึ่งชาม และเทน้ำมันพืช หรือน้ำมันที่ไม่มีกลิ่นลงในชามใบเดียวกันประมาณ ๑ ใน ๔ ของน้ำในชาม และนำผ้าสะอาดผืนเล็กชุบน้ำสุกในกะละมังบิดให้แห้ง แล้วนำมาแช่ในชามที่มีน้ำมันกับน้ำผสมกัน ใช้สำหรับเช็ดรางยาในกรณีที่ยาเริ่มจะติดราง
๔. นำถาดขนาดกลางที่แห้งและสะอาด มารองรับยาด้านหน้ารางกลิ้ง
วิธีกลิ้งยาเม็ดลูกกลอน
๑.หยิบยาเส้นที่รีดไว้แล้วในถาด รีดเส้นยาด้วยเครื่องรีดเส้นยา ซึ่งมีขนาดเส้นกลมโต เท่ากับขนาดรางกลิ้งยา หรืออาจจะใช้มือกลิ้งเส้นยาให้ได้ขนาดเส้นกลมโต เท่ากันขนาดรางกลิ้งยา
๒.วางไม้ประกบรางกลิ้งลงบนเส้นยา ค่อย ๆ กลิ้งยาไปมา พร้อมกับลงน้ำหนักกดลงบนรางทีละน้อยจนกว่าขอบฝาประกบจะชิดกับของรางกลิ้ง จึงลงน้ำหนักให้มากขึ้น และกลิ้งไปมาอีก ๔ ? ๕ ครั้ง จนเป็นเม็ดดีแล้ว จึงดันฝาประกบไปทางด้านหน้า ด้วยความแรงที่พอจะให้ยาเม็ดตกลงในถาดได้
๓. ถ้ากลิ้งยาไปหลายครั้ง รู้สึกว่ายาเริ่มจะติดราง หรือยาไม่มีเงา ผิวยาเริ่มจะหยาบ ให้เอาผ้าชุบน้ำมันที่ไม่มีกลิ่งผสมน้ำที่เตรียมไว้ แล้วทาบนรากลิ้งและฝาประกบ ซึ่งการทาน้ำมันต้องระวังไม่ทาจนโชกรางกลิ้งยา ก่อนทาควรบีบเอาน้ำมันและน้ำออกก่อนเล็กน้อยแล้วจึงนำมาทา การทาหรือเช็ดรางกลิ้งยาควรจะทาหรือเช็ดไปทางเดียวกัน ไม่ควรเช็ดกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เหลี่ยมของร่องฉีกเป็นเสี้ยนติดผ้าได้
๔.เมื่อกลิ้งยาได้จำนวนมากแล้ว ให้นำยามาเทรวมกันไว้ถาดใหญ่เพื่อนำเข้าตู้อบ ตู้อบจะเป็นตู้อบที่ใช้ไฟฟ้า หรือใช้เตาก็ได้ อบด้วยอุณหภูมิ ๕๐ ? ๕๕ องศาเซลเซียส ประมาณ ๔ ? ๖ ชั่วโมง จนยาแห้งดีแล้วจึงนำออกจากตู้อบปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น และนำมาเก็บในภาชนะที่ป้องกันความชื้นได้ เช่น โหลแก้วปิดฝาให้แน่น
สาเหตุที่ทำให้ยาไม่เป็นเม็ด และยาเม็ดลักษณะผิดปกติ
๑. การผสมยาผงกับน้ำผึ้งน้อยไป ทำให้ยาแห้งเกินไปเส้นยาจะแข็งมาก
๒. การผสมยากับน้ำผึ้งมากเกินไป ทำให้ยานิ่มเกินไป กลิ้งเม็ดยาไม่ได้
๓. เส้นยาที่รีดเส้นเล็กกว่าขนาดมาตรฐาน ทำให้ยาไม่เต็มเม็ด บางครั้งจะทำให้ยามีลักษณะเป็นร่องตรงกลาง
๔. การกลิ้งยาในครั้งแรกใช้แรงมากเกินไป ทำให้ยาแบนติดราง และยาไม่เป็นเม็ด
๕. การเช็ดรางกลิ้งยาเช็ดน้ำมันโชกเกินไป ทำให้ผิวของยาเปียก และลอกหลุดติดบนรางยา เมื่อกลิ้งยาเม็ดต่อไปจะทำให้ผิวยาเม็ดอื่นไม่เรียบ
๓.๓ โดยใช้มือปั้นทีละเม็ด
การปั้นที่ละเม็ดเป็นขั้นตอนที่สำคัญเช่นกัน ต้องปั้นให้กลมและขนาดสม่ำเสมอ การปั้นเม็ดทำได้โดยค่อย ๆ แบ่งยาที่ผสมไว้แล้วมาปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ( เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๘ เซนติเมตร ) การปั้นด้วยมือทำให้ช้า ในขณะที่ปั้นน้ำผึ้งที่ผสมอยู่ในผงยาจะแห้งลงเรื่อย ๆ จึงต้องคอยทดสอบดูว่า ยาลูกกลอนที่ปั้นได้นั้นบีบแล้วแตกร่วนหรือไม่? ถ้าแตกแสดงว่าน้ำผึ้งน้อยไป ให้เติมน้ำผึ้งลงไปและผสมให้เข้าที่ จากนั้นจึงนำมาปั้นเป็นลูกกลอนต่อไป น้ำผึ้งที่ใส่ในผงยาจะต้องพอเหมาะ ถ้ามากไปลูกกลอนไม่เกาะตัว ถ้าน้อยไปลูกกลอนจะแตกร่วนและแตกง่าย
นำลูกกลอนหรือเม็ดยาที่ได้วางในถาด และไม่ให้เม็ดยาซ้อนกัน นำไปอบในอุณหภูมิ ๕๐ ? ๕๕ องศาเซลเซียส ให้แห้งสม่ำเสมอ อย่าอบนานเกินไปจะทำให้เม็ดยาแข็ง แตกตัวยาก เม็ดยาแห้งดีแล้วเก็บใส่ขวดโหลที่สะอาดและมิดชิด
ยาลูกกลอนเป็นรูปแบบหนึ่งของยาสมุนไพร มีรูปร่างกลม ทำจากผงยาชนิดเดียวหรือหลายชนิด ผสมสารที่ทำให้ผงยาเกาะตัว เช่น น้ำ น้ำแป้ง น้ำผึ้ง เป็นต้น
ยาลูกกลอนอบน้ำผึ้ง เป็นยาลูกกลอนที่ทำจากผงยาและน้ำผึ้งรวมกัน มีลักษณะกลม มีน้ำอยู่น้อย การแตกตัวช้า ออกฤทธิ์ได้นานน้ำผึ้งที่ใช้ผสมช่วยปรับรสและช่วยบำรุงร่างกาย มักใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อรัง และโรคที่ต้องการบำรุงด้วย แต่มีข้อเสียลูกกลอนน้ำผึ้งใช้น้ำผึ้งจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนสูง

วิธีการเตรียมยาลูกกลอนน้ำผึ้ง
มีกรรมวิธีและเทคนิคที่จะทำให้ยาลูกกลอนเป็นเม็ดสวยได้ แบ่งออกเป็นขั้นตอน ๓ ขั้นดังนี้
๑. ขั้นตอนการเคี่ยวน้ำผึ้ง ขั้นตอนนี้นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก การเคี่ยวน้ำผึ้งมีประโยชน์ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค และไล่น้ำที่อยู่ในน้ำผึ้ง ทำให้ลูกกลอนไม่ขึ้นรา ยาที่ปั้นเม็ด จะเก็บได้นาน หรือเก็บได้ไม่นานขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ ในการเคี่ยวน้ำผึ้งต้องใช้ภาชนะที่แห้งสนิท มีวิธีทำดังนี้
๑.๑ เทน้ำผึ้งใส่หม้อขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้โดยทั่วไปอัตราส่วนระหว่างน้ำผึ้ง ต่อยาผงที่จะใช้ผสมเป็น ๑ ต่อ ๑ ( โดยน้ำหนัก ) แต่อัตราส่วน ที่เป็นการประมาณการใช้น้ำผึ้งมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของผงยา เช่น ยาผงที่มีส่วนผสมของยาดำ มหาหิงคุ์ ยาพวกนี้ต้องใช้น้ำผึ้งในการผสมน้อย ซึ่งต่างจากยาผงที่มีพวกแก่นไม้ รากไม้ พวกเกสรดอกไม้ พวกนี้ต้องใช้น้ำผึ้งมาก
๑.๒.นำหม้อที่ใส่น้ำผึ้งขึ้นตั้งไฟ ช่วงแรกใช้ไฟแรง คนให้เข้ากัน และเคี่ยวจนน้ำผึ้งเหนียวได้ที่ โดยดูจากลักษณะดังนี้คือ
๑.๒.๑ตอนแรกที่น้ำผึ้งเดือด? ฟองจะใหญ่และผุดสูง เมื่อเคี่ยวได้ที่ฟองจะยุบ และมีขนาดเล็กละเอียด ช่วงเคี่ยวตั้งแต่น้ำผึ้งฟองใหญ่จนฟองเล็ก ใช้เวลา ๑๐ ? ๑๕ นาที
๑.๒.๒.การทดสอบได้อีกวิธีหนึ่งคือ หยดน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้ว ลงในน้ำที่อุณหภูมิห้องปกติสังเกตดูว่าน้ำผึ้งมีลักษณะอย่างไร ลักษณะน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้ว จะมีลักษณะคือ น้ำผึ้งจะมีสีน้ำตาลเข้มข้นกว่าเดิม เป็นก้อนแข็งและผสมตัวกัน แต่ถ้าหยดลงไปในน้ำแล้วน้ำผึ้งยังเหนียว ไม่แข็ง ไม่จับเป็นก้อน ต้องเคี่ยวต่อไปอีก และทดสอบดูอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเคี่ยวน้ำผึ้งได้ที่แล้ว เติมน้ำเดือดลงไป ๒ กาใหญ่ ขณะที่หม้อตั้งอยู่บนเตา แล้วเคี่ยวต่อไปจนน้ำผึ้งได้ที่ ซึ่งลักษณะความเหนียวจะไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยประสบการณ์? และสังเกตจากลักษณะฟ้องตาที่กล่าวไว้ในข้อ ๑.๑??????????????????
๑.๓ เมื่อเคี่ยวน้ำผึ้งได้ที่ดีแล้ว ให้ยกลงจากเตา กรองด้วยผ้าขาวบาง และกวนต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำผึ้งเริ่มเย็น เมื่อน้ำผึ้งเย็นแล้ว จึงนำไปผสมกับยาผงในขั้นต่อไป
๒. ขั้นตอนการผสมน้ำผึ้งกับยาผง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะยาจะเป็นเม็ดได้หรือไม่เป็น ก็ขึ้นอยู่กับการผสมน้ำผึ้งกันยาผง มีรายละเอียดดังนี้
๒.๑??? นำยาผงที่ชั่งเตรียมไว้ เทใส่กะละมังที่แห้งและสะอาด
๒.๒?? ตวงน้ำผึ้งที่เคี่ยวได้ที่แล้ว ค่อย ๆ เทราดบนยาผงทีละทัพพี พร้อมกับใช้มือคลุกเคล้ายาให้เข้ากับน้ำผึ้งและเทราดน้ำผึ้งพร้อมกับคลุกเคล้ายาจนได้ที่ซึ่งจะสังเกตได้โดยหยิบยาที่เคล้าทดลองปั้นเม็ดด้วยมือดูว่าเป็นเม็ดดี หรือยาติดนิ้วหรือไม่ ถ้ายาได้ที่แล้วจะไม่ติดนิ้วมือ และบีบยาเม็ดยาที่ปั้นดูว่า ยานั้นแตกร่วนหรือไม่ ถ้ายาไม่แตกร่วนยังเป็นเม็ดเกาะกันดีแสดงว่ายาได้ที่แล้ว ถ้าบีบแล้วยายังแตกร่วนอยู่ แสดงว่ายังเคล้ายาไม่เข้ากับน้ำผึ้ง
หมายเหตุ : ขั้นตอนที่ต้องใช้มือคลุกยา ต้องล้างมือให้สะอาด และต้องให้มือให้แห้ง เพราะถ้ามือไม่
แห้งสนิท จะทำให้ยาขึ้นราได้ หรืออาจจะใส่ถุงมือยางที่สะอาดก็ได้
๓. การทำยาเม็ดลูกกลอน
๓.๑? โดยใช้เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน ซึ่งจะมีขั้นตอนและกรรมวิธีการทำดังนี้
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
๓.๑.๑ เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
๓.๑.๒ เครื่องรีดเส้นยา
๓.๑.๓ ยาที่คลุกน้ำผึ้งไว้เรียบร้อยแล้ว
๓.๑.๔ ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่, ขนาดกลาง
๓.๑.๕ ผ้าสะอาดผืนเล็ก
๓.๑.๖ กาต้มน้ำขนาดใหญ่
๓.๑.๗ แปรงทองเหลือง ( สำหรับแปรงยาที่ติดเครื่องรีดเส้นยา )
๓.๑.๘ โต๊ะหรือเก้าอี้ ( สำหรับวางถาดยาที่ออกมาจากเครื่อง )
๓.๑.๙ ทัพพี
๓.๑.๑๐ มีด
การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์
๑.?? การทำความสะอาดเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน และเครื่องรีดเส้นยา โดยใช้น้ำเดือดเทราดเครื่องให้น้ำไหลลงกะละมังใหญ่ เช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด และใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดอีกครั้ง
๒.? นำถาดขนาดกลางที่แห้งสะอาด มารองรับยาจากเครื่องรีดเส้นยาและเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
วิธีการผลิต
๑.? นำยาซึ่งได้คลุกน้ำผึ้ง ( หรือสารยึดเกาะอื่น ๆ ) ไว้เรียบร้อยแล้ว ใส่เครื่องรีดเส้นยา ๑ ? ๒ ครั้ง เพื่อให้ได้เส้นยากลม แน่น และเรียบ โดยใช้มีดตัดเส้นยาที่ผ่านเครื่องรีดแล้ว ให้มีขนาดเท่ากับความยาวของเครื่องตัดยาเม็ดลูกกลอน???
๒. เปิดเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน นำเส้นยาที่ได้วางตามขวางบนเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน เส้นยาก็จะถูกตัดออกเป็นเม็ดกลม ๆ ลงบนถาดรองรับยา
๓. คัดเลือกเม็ดยาที่ไม่ได้ขนาดออก นำเม็ดยาที่ได้คัดเลือกแล้วใส่ในถังเคลือบยาเม็ด ในปริมาณที่เหมาะสมกับเครื่องเคลือบยาเม็ด
๔. เปิดเครื่องหมุนถึงเคลือบยาเม็ด จนได้เม็ดยากลม เรียบ ดีแล้ว จึงนำยาเข้าอบที่อุณหภูมิ ๕๐ ? ๕๕ องศาเซลเซียส ประมาณ ๔ ? ๖ ชั่วโมง จนยาแห้งดี ทิ้งไว้ให้เย็น และนำยาเก็บไว้ในขวดโหลแก้วปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันความชื้น
๓.๒? โดยใช้รางกลิ้งยา ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนและกรรมวิธีการทำ ดังนี้
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
๓.๑.๒??? รางกลิ้งยา พร้อมฝากระกบ
๓.๑.๓??? กะละมังขนาดใหญ่
๓.๑.๔??? ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่, ขนาดกลาง
๓.๑.๕??? ชามขนาดกลาง
๓.๑.๖.??? ผ้าสะอาดผืนเล็ก
๓.๑.๗??? กาต้มน้ำขนาดใหญ่
๓.๑.๘??? โต๊ะที่ใช้วางรางกลิ้งยา
๓.๑.๙??? น้ำมันพืช หรือน้ำมันที่ไม่มีกลิ่น

การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์
๑. ทำความสะอาดรางกลิ้งยา และฝาประกบ โดยใช้น้ำเดือดเทราดรางกลิ้ง พร้อมฝาประกบในกะละมังเช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด และใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดอีกครั้ง ทิ้งให้ระเหยแห้งก่อนนำยามากลิ้งบนรางกลิ้งยา
๒. นำรางกลิ้งยามาวางบนโต๊ะสำหรับกลิ้งยา
๓. นำชามขนาดกลางใส่น้ำสุกประมาณครึ่งชาม และเทน้ำมันพืช หรือน้ำมันที่ไม่มีกลิ่นลงในชามใบเดียวกันประมาณ ๑ ใน ๔ ของน้ำในชาม และนำผ้าสะอาดผืนเล็กชุบน้ำสุกในกะละมังบิดให้แห้ง แล้วนำมาแช่ในชามที่มีน้ำมันกับน้ำผสมกัน ใช้สำหรับเช็ดรางยาในกรณีที่ยาเริ่มจะติดราง
๔. นำถาดขนาดกลางที่แห้งและสะอาด มารองรับยาด้านหน้ารางกลิ้ง
วิธีกลิ้งยาเม็ดลูกกลอน
๑.หยิบยาเส้นที่รีดไว้แล้วในถาด รีดเส้นยาด้วยเครื่องรีดเส้นยา ซึ่งมีขนาดเส้นกลมโต เท่ากับขนาดรางกลิ้งยา หรืออาจจะใช้มือกลิ้งเส้นยาให้ได้ขนาดเส้นกลมโต เท่ากันขนาดรางกลิ้งยา
๒.วางไม้ประกบรางกลิ้งลงบนเส้นยา ค่อย ๆ กลิ้งยาไปมา พร้อมกับลงน้ำหนักกดลงบนรางทีละน้อยจนกว่าขอบฝาประกบจะชิดกับของรางกลิ้ง จึงลงน้ำหนักให้มากขึ้น และกลิ้งไปมาอีก ๔ ? ๕ ครั้ง จนเป็นเม็ดดีแล้ว จึงดันฝาประกบไปทางด้านหน้า ด้วยความแรงที่พอจะให้ยาเม็ดตกลงในถาดได้
๓. ถ้ากลิ้งยาไปหลายครั้ง รู้สึกว่ายาเริ่มจะติดราง หรือยาไม่มีเงา ผิวยาเริ่มจะหยาบ ให้เอาผ้าชุบน้ำมันที่ไม่มีกลิ่งผสมน้ำที่เตรียมไว้ แล้วทาบนรากลิ้งและฝาประกบ ซึ่งการทาน้ำมันต้องระวังไม่ทาจนโชกรางกลิ้งยา ก่อนทาควรบีบเอาน้ำมันและน้ำออกก่อนเล็กน้อยแล้วจึงนำมาทา การทาหรือเช็ดรางกลิ้งยาควรจะทาหรือเช็ดไปทางเดียวกัน ไม่ควรเช็ดกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เหลี่ยมของร่องฉีกเป็นเสี้ยนติดผ้าได้
๔.เมื่อกลิ้งยาได้จำนวนมากแล้ว ให้นำยามาเทรวมกันไว้ถาดใหญ่เพื่อนำเข้าตู้อบ ตู้อบจะเป็นตู้อบที่ใช้ไฟฟ้า หรือใช้เตาก็ได้ อบด้วยอุณหภูมิ ๕๐ ? ๕๕ องศาเซลเซียส ประมาณ ๔ ? ๖ ชั่วโมง จนยาแห้งดีแล้วจึงนำออกจากตู้อบปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น และนำมาเก็บในภาชนะที่ป้องกันความชื้นได้ เช่น โหลแก้วปิดฝาให้แน่น
สาเหตุที่ทำให้ยาไม่เป็นเม็ด และยาเม็ดลักษณะผิดปกติ
๑. การผสมยาผงกับน้ำผึ้งน้อยไป ทำให้ยาแห้งเกินไปเส้นยาจะแข็งมาก
๒. การผสมยากับน้ำผึ้งมากเกินไป ทำให้ยานิ่มเกินไป กลิ้งเม็ดยาไม่ได้
๓. เส้นยาที่รีดเส้นเล็กกว่าขนาดมาตรฐาน ทำให้ยาไม่เต็มเม็ด บางครั้งจะทำให้ยามีลักษณะเป็นร่องตรงกลาง
๔. การกลิ้งยาในครั้งแรกใช้แรงมากเกินไป ทำให้ยาแบนติดราง และยาไม่เป็นเม็ด
๕. การเช็ดรางกลิ้งยาเช็ดน้ำมันโชกเกินไป ทำให้ผิวของยาเปียก และลอกหลุดติดบนรางยา เมื่อกลิ้งยาเม็ดต่อไปจะทำให้ผิวยาเม็ดอื่นไม่เรียบ
๓.๓ โดยใช้มือปั้นทีละเม็ด
การปั้นที่ละเม็ดเป็นขั้นตอนที่สำคัญเช่นกัน ต้องปั้นให้กลมและขนาดสม่ำเสมอ การปั้นเม็ดทำได้โดยค่อย ๆ แบ่งยาที่ผสมไว้แล้วมาปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ( เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๘ เซนติเมตร ) การปั้นด้วยมือทำให้ช้า ในขณะที่ปั้นน้ำผึ้งที่ผสมอยู่ในผงยาจะแห้งลงเรื่อย ๆ จึงต้องคอยทดสอบดูว่า ยาลูกกลอนที่ปั้นได้นั้นบีบแล้วแตกร่วนหรือไม่? ถ้าแตกแสดงว่าน้ำผึ้งน้อยไป ให้เติมน้ำผึ้งลงไปและผสมให้เข้าที่ จากนั้นจึงนำมาปั้นเป็นลูกกลอนต่อไป น้ำผึ้งที่ใส่ในผงยาจะต้องพอเหมาะ ถ้ามากไปลูกกลอนไม่เกาะตัว ถ้าน้อยไปลูกกลอนจะแตกร่วนและแตกง่าย
นำลูกกลอนหรือเม็ดยาที่ได้วางในถาด และไม่ให้เม็ดยาซ้อนกัน นำไปอบในอุณหภูมิ ๕๐ ? ๕๕ องศาเซลเซียส ให้แห้งสม่ำเสมอ อย่าอบนานเกินไปจะทำให้เม็ดยาแข็ง แตกตัวยาก เม็ดยาแห้งดีแล้วเก็บใส่ขวดโหลที่สะอาดและมิดชิด
 

Login Form