* เส้นสิบกับการเกิดโรค

ตามความเชื่อของคนโบราณกล่าวว่าเส้นเอ็นมีลักษณะเป็นรูให้เลือดลมไหลไปได้ ถ้ากำเริบจะทำให้รุ่มร้อนเกิดความทุกข์ถ้าเลือดลมเดินดีจะทำให้สุขสบายเส้นที่สำคัญมีด้วยกัน ๑๐ เส้น จะใช้หลักการนวดตามเส้นแห่งลมคือ เส้นสิบ ดังนี้

 

๑.      เส้นอิทา      มีกำเนิดดังนี้ เริ่มตั้งแต่ท้องพาดมาที่หัวเหน่าแล่นลงไปต้นขา แล้วเลี้ยวตลอดไปตามบริเวณหน้าของ สันหลัง แนบไปกับกระดูกแล้วเลี้ยวตลบมาบริเวณจมูกด้านซ้าย

 

๒.    เส้นปิงคลา    มีแนวกำเนิดเหมือนเส้นอิทา แต่กลับข้างกัน โดยเริ่มจากบริเวณท้องผ่านหัวเหน่าลงไปต้นขาขวาอ้อม ไปท้อง ผ่านแนวกระดูกสันหลังด้านขวาขึ้นไปศีรษะ อ้อมวกลงมาจมูกด้านขวา

 

๓.     เส้นสุมนา     กำเนิดจากกลางท้องตรงขึ้นไปหัวใจ แนบคอหอยไปจนวรรคตลอดลิ้น

 

๔.     เส้นกาลทารี   จุดกำเนิดแล่นออกจากท้อง แตกเป็น ๔ แขนง โดยสองเส้นผ่านขึ้นไปตามซี่โครงสุดท้ายข้างละเส้น  ร้อยขึ้นไปที่สะบักด้านในทั้งซ้ายและขวาแล่นขึ้นไปกำด้น (ต้นคอ) วนตลอดเศียรลงหลังทั้งสอง ออกไปที่ข้อมือแตกเป็น ๕ แถว ตามนิ้ว  อีกสองเส้นแล่นไปตามหน้าขา ๒ ข้าง ลงไปหน้าแข้ง หยุดที่ข้อเท้าแตกออก ๕ แขนงตามนิ้วเท้าทั้ง ๒ ข้าง

 

๕.     เส้นสหัสรังษี(ตาซ้าย)  เส้นนี้ออกจากท้องด้านซ้าย แล่นลงไปต้นขาลงไปฝ่าเท้า แล่นผ่านนิ้วเท้าบริเวณต้นนิ้วทั้งห้า  แล้วย้อนขึ้นมาทางซ้ายแล้วแล่นลอดผ่านเต้านมซ้าย เข้าไปชิดแนวคอข้างคอ ลอดขากรรไกรด้านในไปสุดที่ตาซ้าย

 

๖.      เส้นทุวารี(ตาขวา)   เส้นทางเดินเช่นเดียวกับเส้นสหัสรังษี แตกต่างกันเพียงอยู่ด้านขวาของร่างกาย

 

๗.     เส้นจันทภูสัง(หูซ้าย)  แล่นจากท้องขึ้นไปตามราวนมซ้าย ไปจรดที่หูซ้าย

 

๘.     เส้นรุทัง(หูขวา)     แนวเส้นเหมือนเส้นจันทภูสัง แตกต่างกันที่เป็นเส้นซึ่งอยู่ทางซีกซ้ายของร่างกาย

 

๙.      เส้นสิขินี      กำเนิดจากท้องลงไปท้องน้อยและอวัยวะเพศ

 

๑๐.  เส้นสุขุมัง     กำเนิดแล่นจากท้อง กระหวัดรอบทวาร มีหน้าที่บีบรัดให้อุจจาระขับถ่ายออกมา