2. คัดจมูก
6. ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
7. เลือดกำเดาไหล
8. เด็กที่เลือดกำเดาไหลบ่อย
9. สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก
10. นอนกรน
ขนานที่
๑
๑.
หัวจุกกระเทียมหั่นให้ละเอียดตากให้แห้งสักหนึ่งกำมือ
๒.
เปลือกมะเดื่อปล้องหั่นเป็นฝอยๆ ตากให้แห้งสักหนึ่งกำมือ
๓.
ใช้มีดไปขูดไม้ไผ่สีสดๆ มาตากให้แห้งหนึ่งกำมือ
๔.
ใช้ยาเส้นพอประมาณ ถ้าใครไม่ชอบฉุน
๕.
การบูร ๑ ตลับยาหม่องขนาดเล็ก
ให้เอาตัวยาจาก
๑-๔ มาคลุกเคล้าให้เข้ากันดี นำตัวยาไปมวนกับกระดาษขาวหรือกระดาษสมุดที่เด็กๆ
ใช้เรียนบทเรียนก็ได้
วิธีม้วนให้เอากระดาษมามวนใส่ปลายดินสอให้เป็นรูปทรงกระบอกมี ลักษณะโคนเล็กปลายใหญ่
ถอดดินสอออกติดกาวให้เรียบร้อย เอาตัวยาที่ผสมกันแล้วยัดเข้าไปโดยใช้ไม้ หรือดินสอยัดเข้าไป
แล้วจึงนำมาจุดสูบได้ตามต้องการ
เวลาสูบให้พ่นควันออกมาทางจมูกโดยใช้มือปิดจมูกข้างหนึ่งไว้
ผลัดเปลี่ยนกันที่ละข้าง สูบวันละ ๓ ครั้งทุกวัน
เวลาสูบจะรู้สึกเมาเล็กน้อยแสบจมูก
น้ำมูกไหลบ้าง แต่เมื่อสูบไปสัก ๘-๑๐ วัน อาการจะดีขึ้น ให้สูบไปเรื่อยๆ
จนหาย ถ้าเจ็บคอและไอให้ เอาการบูรผสมไปด้วย
เวลาสูบจะได้รู้สึกเย็นสบายในลำคอและจมูก ตัวยาที่ผสมการบูรแล้วต้องใส่โหล ปิดฝาให้สนิท กันการบูรระเหย
เมื่อสูบแล้วใช้น้ำมะนาวผสมเกลือ พริกขี้หนู ๕ เม็ด ตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งแท้กินไปด้วย
จะช่วยให้หายเร็ว
เอาดอกบัวหลวง
๓ ดอก ใช้บูชาพระ ๓ วัน เอาลงมาตากแดดใช้ก้านบัวสูบแทนบุหรี่
เอาเนื้อของต้นเครือซูด
(ภาษาอีสาน) ตากแห้งแล้วสูดหรือเผาสูดดมควัน
ใช้ดอกลำโพง
ดอกปีบ หัวหอมแดงอย่างละเท่ากัน ตากให้แห้ง หั่นผสมเข้าด้วยกัน ม้วนสูบ เวลามวน
เอาการบูรใส่เล็กน้อยสูบให้ควันออกจมูก
ขนานที่
๕
เป็นยาชุดมีทั้งยากิน ยาสูบ ยานัตถุ์
และยาพอกกระหม่อน
หัวขิงแห้ง หัวดองดึง
หัวอุตพิด หัวกระดาดแดง หัวกระดาดขาว หัวบุกรอ หัวกลอย ลูกกระวาน หนัก อย่างละ ๒ บาท เม็ดพริกไทยหนัก ๑๖ บาท
ยาทั้งหมดบดเป็นผงละเอียด ละลายน้ำร้อนกินครั้งละ ๑ ช้อนกาแฟ ให้กินขณะที่น้ำยังร้อนๆอยู่
อย่าให้น้ำอุ่นหรือเย็น กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ๑ ชั่วโมง
ยาสูบ
เอาใบมะนาว ใบหนาด ใบมะตูม
ใบมะกรูด ใบส้มป่อย ใบส้มโอ ใบผักกระโฉม นวลผิวข่อยนวลผิวไม้ ไผ่สีสุก
ดอกคำฝอยเอาอย่างละเท่าๆ กัน หั่นเป็นเส้นฝอยๆ ผสมให้เข้ากันดี
เวลาจะสูบแทรกการบูรนิดหน่อย ใช้ใบตองกล้วยหรือใบบัวแห้งมวนสูบยานัตถุ์
๒. คัดจมูก
ขนานที่
๑
คัดจมูกเกิดจากน้ำมูกข้น
น้ำจะไปละลายน้ำมูกที่ข้นให้ใส สั่งออกได้ง่าย วิธีทำให้สูดน้ำเข้าทางจมูก
โดยค่อยๆ สูดเข้าช้าๆ พอน้ำเข้าไปเช่นนี้หลายๆครั้ง
น้ำมูกจะใสจนสั่งออกมาเป็นก้อนได้หากจมูกข้างที่โล่ง
เอาไว้แล้วจึงใช้จมูกข้างที่ตันสูดน้ำเข้าไป
ข้อควรระวัง
เวลาสั่งน้ำออกมาอย่าสั่งแรง
เพราะจะทำให้จมูกอักเสบ เกิดเป็นริดสีดวงจมูกได้
เอาหัวหอมทุบพอแตกมาดม
ถ้ายังไม่หายเอาน้ำใส่ในหม้อต้มให้เดือดแล้วยกหม้อน้ำลง เอาหัวหอมพอ
ประมาณทุบพอแตกใส่ลงไป เอาผ้าคลุมหัวและหม้อน้ำเอาไว้
สูดเอาไอน้ำและไอหัวหอมเข้าไปสักพักจมูกจะโล่ง หรือกินหัวหอมขนาดเท่าหัวแม่มือ ๒-๓
หัว จะหายคิดจมูกได้
ใช้เท้าแช่น้ำอุ่นจัดๆ
จนถึงตาตุ่มจนน้ำหายร้อน
ให้นอนยกขาทั้งสองขึ้นสูงจากพื้นเตียง
๑-๒ ฟุต
ขนานที่
๑
เอาหัวหอม หัวเปราะหอม
ขมิ้นสดอย่างละเท่าๆกัน นำมาโขลกให้แหลก อย่าให้แหลกมากจนมีน้ำมาก ปั้นเป็นรูปวงแหวนขนาดเท่ากระหม่อนเด็ก
โปะไว้กลางกระหม่อมตอนเช้าๆ ขณะที่มีไข้รุมๆหรือมีไข้สูงอยู่
โปะหรือสุ่มไว้จนกว่าไอของความร้อนในตัวเด็กจะออกไปสู่ยาไม่เกิน ๓ ชั่วโมง
เอาผ้าพันไว้ จากศีรษะถึงใต้คางเพื่อกันหลุดด้วย
เอาหัวหอมปอกเปลือกทุบพอแตก
วางไว้ข้างศีรษะเด็ก (ระวังอย่าให้ไอหอมเข้าตาเด็ก)หรือ แปะไว้ที่ตรงกระหม่อมใกล้หน้าผากในเวลาที่เด็กนอน
เอาขิงแก่มาหั่นเป็นแว่นบางๆ
ใส่น้ำต้มให้ข้นที่สุดเท่าที่จะทนรสเผ็ดของขิงได้
เอาน้ำขิงร้อนๆมาชงน้ำตาลกินอย่างชาหรือกาแฟกินต่างน้ำชา กินไป ๒-๓ ถ้วย
อาการจะดีขึ้น
มักเกิดจากขาดการออกกำลังกาย
ต้องแก้ที่สาเหตุนี้ด้วย ยาช่วยมีดังนี้
ขนานที่
๑
ใช้ใบหนุมานประสารกายสด
๕-๑๐ ช่อ ต้มกับน้ำ ๗-๑๐ แก้ว ต้มเดือนนานประมาณ ๑๐ นาที แบ่งกิน
ให้หมดตลอดวัน
เอาใบฟ้าทะลายโจรในระยะที่เริ่มออกดอก
ตากแดดให้แห้งบดเป็นผง ผสมน้ำเชื่อมปั้นเม็ดเท่าไข่จิ้งจก
กินครั้งละ ๕ เม็ดในตอนเช้า
กินหัวหอมครั้งละ ๑-๒ หัว
หรือกินต้นหอมครั้งละ ๑-๒ ต้น
พร้อมอาหารเป็นประจำทุกวันจะช่วยป้องกันหวัดแพ้อากาศได้
กินหัวกระเทียมครั้งละ
๗ กลีบ พร้อมอาหารทุกวัน
ใช้ต้นเหงือกปลาหมอแห้งหนักสองส่วน
พริกไทยหนักหนึ่งส่วนบดเข้าด้วยกันเป็นผง ปั้นน้ำผึ้งขนาดเท่า
ปลายน้ำก้อย
กินวันละ ๒ ครั้งๆ ละ ๑-๒ เม็ด เช้า-เย็น
ขนานที่
๑
เคี้ยวใบพลูทุกเช้าและก่อนนอนค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ กลืนใบพลู เริ่มเคี้ยวทีละนิดเพราะถ้าคนไม่เคยจะทำให้ปากชา
และรู้สึกเผ็ดขม วันต่อๆไปค่อยเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆ
เอาใบฝรั่งสดอย่างไฟพอหอมชงน้ำร้อนกินต่างน้ำชา
หรือเคี้ยวใลฝรั่งอ่อนๆ เคี้ยวกินได้ทุกวัน
ขนานที่
๑
ให้ผู้ป่วยนั่งหรือนอนเงยหน้าขึ้น
ใช้มือบีบจมูกทั้งสองข้าง หายใจลึกยาวทางปาก เอาน้ำแข็งห่อผ้าวาง
บริเวณหน้าผาก
คอ สันจมูก ถ้าหาน้ำแข็งไม่ได้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นวางแทน
เอาใบพลู ๑ ใบ ม้วนเหมือนมวนบุหรี่ ขยี้ปลายข้างหนึ่งให้ซ้ำ
เอาปลายที่ซ้ำอุดเข้าไปในจมูกข้างที่มี
เลือดไหล
ถ้ามีน้ำแข็งให้ใช้น้ำแข็งช่วย
ใช้กระดาษนิ่มๆ หรือสำลีม้วนอุดรูจมูก
ยัดให้แน่นจนเลือดคั่งจะคัดเลือดมิให้ไหล ใช้น้ำแข็งช่วยเช่นกัน
ขนานที่
๑
ทุกเช้าให้เด็กกินน้ำมะนาว
๑-๒ ผล เติมน้ำเกลือ น้ำตาล น้ำแข็งให้ได้รสตามต้องการ
เอารากข้าวที่เกี่ยวแล้ว ๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ใส่หมู 1 ชิ้น
ต้มให้เหลือน้ำครึ่งหนึ่ง รินไว้จนเย็น
จึงกินให้หมด
กินครั้งเดียวก็หาย
ใช้รากต้นฝรั่ง
๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มพอให้ยาสุก กินวันละ ๓-๔ ครั้งๆละ ๑ แก้ว
วิธีที่
๑
บีบจมูกข้างหนึ่งไว้สั่งน้ำมูกอย่างแรง
อย่าพยายามใช้นิ้วแคะเพราะของอาจถูดันลึกเข้าไป
วิธีที่
๒
ให้ใช้ของอ่อนๆ ล้างให้สะอาด เช่นก้านมะยม ค่อยๆ
ดันเข้าไปในรูจมูกจนถึงช่วงคอก็จะหลุดลงคอกลืนลงไป (ถ้าไม่ใช่วัตถุอันตราย)
๑๐. นอนกรน
เกิดจากนอนหงาย หายใจเข้าลำบากจึงต้องใช้ปากช่วยหายใจ วิธีแก้คือจับให้นอนตะแคง