1. เริมที่ปาก
2. ริมฝีปากแตก
4. ปากนกกระจอก
5. ปากคันเพราะกินบอน
6. ปากขม
7. ปากเป็นแผล
8. ปากเปื่อยในเด็ก
9. กลิ่นปาก
๑. เริมที่ปาก
ขนานที่
๑
เมื่อเริ่มเป็นให้เอาน้ำแข็งจี้ที่เริมบ่อยๆ
เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง
ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาบ่อยๆ
เข้าหน้าหนาวผิวหนังจะแตก
โดยเฉพาะริมฝีปากจะแตกและแห้งเกรียม ทำให้แสบและเจ็บมาก
ขนานที่
๑
เด็ดใบของต้นเปล้าจะใบเล็กหรือใหญ่ก็ได้ เอามา
๒-๓ ใบ ให้ก้านใบติดมาด้วย จะมีน้ำยางใสๆไหลออกมา เอาแต้มที่แผลริมฝีปากวันละ ๒-๓
ครั้ง สัก ๔-๕ วัน
ใช้สีผึ้งทาปากให้มันอยู่เสมอ
เอาใบคราดหัวแหวนตำพอก
โรคนี้เกิดจากขาดสารอาหารวิตามินบี
ขนานที่
๑
เอาฟองข้าวสีขาวที่เกินจากข้าวกำลังหุงมาทามุมปากที่เป็นปากนกกระจอก
วันละ ๒ ครั้งเช้า-เย็น
ยางมะม่วงกัดปาก
ส่วนมากเกิดกับเด็กที่กินมะม่วงที่ปลอกเปลือกไม่หมด
มียางติดอยู่ ยางจะกัดผิวเป็นแผล ให้เอาเม็ดใน
ของมะม่วง
(ที่มีสีขาวๆ เมื่อเวลาถูกมีดจะมีสีม่วง) ฝนพอข้นผสมปูนแดงนิดหน่อย
(ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใช้)
ทาแผลวันละ ๒-๔ ครั้ง ๓-๔ วันแผลก็จะหาย
หากกินบอนแล้วเกิดคันปาก ให้เอาน้ำตาลปี๊บกับส้มมะขามเปียก
กะความเปรี้ยวหวานให้พอกัน ใส่น้ำนิดหน่อย ขยำให้เข้ากัน
กินไปอมไปทีละช้อนจะทำให้หายคัน
ขนานที่
๑
ให้กินกล้วยน้ำว้าจะทำให้ไม่รู้สึกขมและทำให้มีแรง
ให้กินน้ำมะพร้าวอ่อนต่างน้ำเกลือ
ถ้าหายไข้ใหม่ๆ
รู้สึกขมปากหรือขมเนื่องจากสาเหตุใดก็ได้ ให้ทำยานี้กิน คือ เอาเกสรทั้ง ๕
(ดอกมะลิ
ดอกพิกุล
ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบัวหลวง)สิ่งละ ๒ บาท เนื้อสมอเทศ เนื้อสมอไทย
เนื้อสมอดีงู
ผลมะขามป้อม ฝักราชพฤกษ์ รากอ้อยแดง อย่างละ ๒ บาท
จะบดเป็นผงหรือต้มกินก็ได้ ให้แทรกน้ำตาลกรวดก่อนกินด้วย
ต้องระวังอย่าให้ท้องผูกควบคู่กับการใช้ยา
ขนานที่
๑
กินน้ำเกลืออุ่นๆ
ใส่เกลือหนึ่งหยิบมือต่อน้ำร้อน ๑ แก้ว กินวันละ ๓ ครั้งๆ ละ ๑ แก้ว
กินน้ำมะนาว
บีบน้ำมะนาว ๑ ลูกเติมน้ำให้เต็มแก้ว เติมเกลือ ไม่ต้องเติมน้ำตาล กินวันละ ๓
ครั้งๆละ
๒
ลูก
กินฝรั่งสดวันละ
๒-๓ ผล และหลังจากกินอาหารแล้วเด็ดเอาใบฝรั่งมาเคี้ยว จะมีรสฝาดและพยายาม
ให้ถูกตรงแผลเปื่อยแล้วจึงบ้วนทิ้ง
และเคี้ยวใหม่สักสองสามหน วันละ ๒-๓ ครั้ง
กินฟ้าทะลายโจรเม็ด เอาใบฟ้าทะลายโจรในระยะที่เริ่มออกดอก
ตากแดดให้แห้งบดเป็นผง ปั้นน้ำเชื่อม เป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย กินครั้งละ
๕-๘ เม็ด วันละ ๒-๓ ครั้ง
อมใบฟ้าทะลายโจรสดๆ
ไม่ต้องเคี้ยว พยายามให้ถูกแผลที่ปาก อมตลอดเวลา
ลูกยอ
๓๓ ลูกสับให้ละเอียด เถาวัลย์เปรียงสับให้ละเอียด เอาส่วนเท่าลูกยอ
เกลือใส่พอเค็มดองตาก
แดดตากน้ำค้าง
กินแก้ปากเปื่อย คอเปื่อย กินครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๓-๔ ครั้ง
ขนานที่
๑
ผลมะกอกเผาไฟหนึ่งส่วน
ผลมะขามป้อมเผาไฟ ๑ ส่วน บดเป็นผง ปั้นเป็นแท่งไว้ ละลายน้ำผึ้งหรือน้ำ
มะนาวแทรกเกลือเป็นกระสายกวาด
หรือชุบสำลีอมเป็นยาสมาน ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
เอารากหูลิงฝนกับน้ำปูนใสทาวันละ
๓-๔ ครั้ง
๙. กลิ่นปาก
เศษอาหารที่แทรกอยู่ตามซอกฟันเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก
วิธีเอาเศษอาหารออกคือ
๑)
แปรงฟันให้ถูกวิธี
๒)
ใช้ไม้จิ้มฟันแคะอาหารออก
๓)
ใช้เชือกถูตามซอกฟัน เชือกนี้มีขายตามท้องตลาดเรียกว่าเดนทัลฟลอส
การใช้เชือกนี้จะทำให้ฟันสะอาดที่สุด นอกจากนี้อาหารที่ค้างอยู่ในกระเพาะลำไส้
ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้
ขนานที่ ๑
เอาน้ำหม่าข้าวหรือน้ำแช่ข้าวเหนียวผสมกับเกลือป่น
อมสัก ๒-๓ นาทีแล้วบ้วนทิ้ง อมเป็นประจำ
เอาใบพลูค่อยๆเคี้ยวทีละน้อยหลังอาหาร ถ้าเคี้ยวมากจะทำให้ปากชา
ร้อนปาก
เอาใบฝรั่ง
๑ ใบ เคี้ยวหลังอาหารทุกครั้ง
ให้กินกล้วยสุกจะเป็นกล้วยน้ำว้า
กล้วยหอมหรือกล้วยไข่ก็ได้ กล้วยทอด กล้วยเชื่อมใช้ไม่ได้กินในตอน
เช้าหลังตื่นนอนสัก
๖-๗ ลูกทำสักอาทิตย์
ขนานที่
๕
เอาใบฝรั่งสดๆ
ตากแดดพอหมาดๆ ย่างไฟพอหอม ชงน้ำกินเป็นประจำ โดยใช้ใบฝรั่งสัก ๑ หยิบมือ
ชงกับน้ำร้อน ๒ แก้ว กินครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๓-๔ ครั้ง
เช่น กินต้นหอม กระเทียม สะตอ เหล้า แล้วมีกลิ่นติดปาก
ให้ใช้ใบฝรั่งหรือใบพลูเคี้ยวกิน ดับกลิ่นอาหาร