1. เลือดออกตามไรฟัน
2. คราบบุหรี่ติดฟัน
4. ขัดฟันให้ขาว
5. ป้องกันฟันเก
6. เข็ดฟัน
7. ปวดฟัน
8. เด็กปวดฟัน
10. รักษาฟัน
โรคนี้เกิดจากกินผักสด
ผลไม้สดน้อยเกินไป ทำให้ขาดวิตามินซี
ขนานที่
๑
เอาใบของผักกระสังเอามาเคี้ยว
แล้วเอามาปิดไว้ที่ไรฟัน
ถากเปลือกมะเดื่อมา ๓-๔ ชิ้น ชิ้นโตขนาด ๓
นิ้วมือ มาต้มกับน้ำปูนใส พอเดือดแล้วปล่อยทิ้งไว้พออุ่นๆ รินใส่ถ้วย ใช้อมแล้วบ้วนทิ้งจนหมดถ้วย
เลือดก็หยุดไหล
กินน้ำมะนาว
วันละ ๒ ลูกทุกวัน และให้กินผักใบเขียวและผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่งให้มากๆ
เอาฝักมะขามดิบมาตัดขวางฝัก
เอาด้านที่ถูกตัดถูๆขัดความสกปรกที่ติดฟัน
ใช้เปลือกหมากสดตรงที่เป็นสีขาวๆ ถูฟัน วันละ ๑ ครั้ง สัก ๒-๓ วัน
๔. ขัดฟันให้ขาว
เอาขมิ้นผงอย่างดี ใช้นิ้วแตะแล้วขัดให้ทั่วสักครู่จึงบ้วนทิ้ง แล้วแปรงด้วยยาสีฟันอีกทีฟันจะขาว และรักษาฟันให้ทนทานอีกด้วย
ฟันน้ำนมเด็กพอเริ่มโยก พ่อแม่ต้องคอยดูแล
ถ้าเห็นว่าโยกพอจะถอนได้ก็ถอนเลย ขืนทิ้งไว้ ฟันแท้จะขึ้น
แซมไปข้างหน้าหรือข้างหลัง ทำให้ฟันไม่สวย แล้วบังเกิดโรคง่ายอีกด้วย
๖. เข็ดฟัน
เมื่อกินของเปรี้ยวๆ แล้วรู้สึกเข็ดหรือเสียวฟัน
ให้เคี้ยวของฝาดๆแก้เช่น ใบฝรั่งหรือเปลือกแค ถ้ามี
เม็ดในมะม่วงจะดีมาก
เคี้ยวให้แหลก อมไว้สักครู่ แล้วบ้วนทิ้ง
๗. ปวดฟัน
ส่วนใหญ่เกิดเนื่องจากฟันผุเป็นรู
ยาที่ใช้ส่วนใหญ่จะระงับเชื้อโรคและทำให้ปลายประสาทชา ยังไม่มียา ที่ยับยั้งฟันที่ผุแล้วไม่ให้ลามต่อไป
เมื่อรู้ว่าฟันผุต้องรีบไปอุดเสีย ยาแก้ปวดฟันจะช่วยระงับอาการเท่านั้น
เมื่อหายปวดแล้วต้องรีบไปอุดหรือรักษาฟันต่อไป
เด็ดใบตำลึงมาสัก
๑ กำมือ ดินสอพอง ๒ แผ่น ใส่ครกโขลกพอแหลก เติมน้ำนิดหน่อยเอามาพอกข้าง
แก้มที่ปวด
พอแห้งก็เปลี่ยนใหม่ พอกสัก ๒-๓ ครั้ง จะทำให้หายปวดได้
เอาหัวข่าแก่สดผสมเกลือเล็กน้อย
โขลกให้ละเอียดใส่รูฟันที่ปวด
เอากานพลูตำพอแหลกผสมกับเหล้าขาวเพียงเล็กน้อยพอแฉะ
ใช้จิ้มหรืออุดฟันที่ปวด
ลอกเปลือกไม้มะขามจะเป็นมะขามเทศหรือมะขามบ้านก็ได้
เอามา ๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ใส่เกลือ
๑
ช้อนชาต้มให้เดือนสัก ๑๐ นาที ปล่อยให้เย็น เอามาอมไว้ในปาก อมนาน ๒-๓ นาทีอมสัก
๓-๔ ครั้ง
ใช้เปลือกข่อยต้มอมแบบเดียวกับเปลือกมะขาม
ใช้รากมะพร้าวต้ม
อมแบบเดียวกับเปลือกมะขาม
เอาการบูรใส่ในฟันที่ปวด
เอารากหนอนตายอยาก
ตำอุดตรงรูฟันที่ปวด
ใช้ใบและต้นของผักส้มกล
ผสมกับเกลือพอให้เค็ม ขยี้พอให้ช้ำๆ แปะข้างเหงือกตรงฟันที่ปวด
เอาดอกหรือใบของผักคราดหัวแหวนขยี้หรือบดให้ละเอียดใส่ฟันที่ปวด
เอากระดาษหรือใบตองมวนสำลีแบบมวนบุหรี่
แล้วสูบทางจมูกข้างตรงข้ามกับฟันที่ปวด สูบเพียง ๑ มวน ถ้ามึนให้พักสักครู่จึงค่อยสูบต่อ
(สูบแล้วจะมีอาการน้ำหูน้ำตาไหล)
๘. เด็กปวดฟัน
เอาใบกระเพราหรือใบแมงลักโขลกอย่าให้ละเอียดมากนัก
ผสมเกลือเล็กน้อยให้พอเค็ม (ถ้าใส่เกลือ
มากจะเสียวฟันมากเกินไป)
ใส่ในฟันที่ปวด (ฟันน้ำนม)
ขนานที่
๑
เอาผ้ากอซหรือผ้าสะอาดๆ
ม้วนเป็นแท่งสั้นๆ วางทับที่รูฟันที่ถอนแล้วกัดไว้ (อย่ากัดแน่นเกินไป)
กัดไว้
นานๆ
อย่าเคลื่อนไหวปาก เลือดจะค่อยๆหยุดไปเอง
ใช้มีดขูดผิวไม้ไผ่สีสุก
๑ ขยุ้มมือ ใส่ชามเอาไว้ ผสมน้ำตาลทรายแดง ๑ ช้อนกาแฟ เกลือ ๑/๒ ช้อน
กาแฟ
เทน้ำร้อน ๒ แก้วลงไป ปิดฝาเอาไว้ พอยาอุ่นก็เอามากินได้ กินให้หมด
ให้กินเพียงครึ่งเดียว
๑๐. รักษาฟัน
ฟันจะแข็งแรงได้ด้วยเหตุปัจจัย
๓ อย่าง คือ
๑.
ฟันสะอาด
๒.
ฟันได้บริหารสม่ำเสมอ คือได้เคี้ยวของเหนียวๆ แข็งๆ มีกาก เช่นผัก ผลไม้
๓.
มีอาหารบำรุงเพียงพอ อาหารบำรุงฟัน คือธาตุแคลเชียม มีมากในผัก ผลไม้ และกระดูก
เช่น
กระดูกปลากรอบ
กระดูกหมูอ่อน กระดูกไก่อ่อน
เคี้ยวกิ่งข่อยทุกๆ
เช้า เอากิ่งข่อยขนาดเท่าน้ำก้อย ลอกเอาเปลือกออก เอามาเคี้ยวให้แหลกแล้วเอา
กากถูฟัน
การเคี้ยวกิ่งข่อยช่วยให้ฟันสะอาด บริหารฟัน
และยางจากกิ่งข่อยอาจช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้
ฟันผุด้วย
เคี้ยวหมาก หมากช่วยทำความสะอาดฟันและบริหารฟันได้ดีมาก มีข้อเสียอยู่อย่างคือ ทำให้ติดและทำให้ เคี้ยวมากเกินไป
วันหนึ่งเคี้ยวหมากสัก ๑-๒ คำ จะช่วยให้ฟันแข็งแรง แต่ถ้าเคี้ยวแบบคำต่อคำ จะทำให้ฟันสึก โยกคลอน เป็นรำมะนาดได้