|
๔. เบื่ออาหาร ๕. ท้องอืด ๙. โรคกระเพาะ ๑o. ท้องเสีย |
๑๑. ท้องร่วงอย่างแรง ๑๓. ท้องเสียบ่อย ๑๔. บิด ๑๕. บิดเรื้อรัง ๑๖. อ่อนเพลียจากโรคบิดหรือท้องร่วง ๑๗. ท้องผูก ๑๙. ท้องผูกในคนแก่หรือสตรีมีครรภ์ ๒0. โรคพยาธิ ๒๑. ตับหรือม้านโต |
๑. ผิดสำแดง
เกิดจากกินอาหารที่แสลงต่อโรค
มีอาการต่างๆกันไป เช่น จุกแน่นท้อง ท้องร่วง บางที
ลิ้นแข็ง
คางแข็ง ขบฟันแน่น ไม่รู้สึกตัว บางทีจุกแน่นหน้าอก
บางทีร้อนภายในคลุ้มคลั่ง
เป็นโรคที่มีอาการรุนแรงและเป็นหลังจากกินอาหารใหม่ๆ
ขนานที่
๑ เอารากย่านางแดง
กับรากมะปรางหวาน ฝนกับน้ำอย่างละเท่าๆกัน ฝนจนน้ำขุ่นแต่ไม่ถึงกับข้นกินครั้งละ ½
-๑ แก้ว
วันละ ๓-๔ ครั้ง หรือทุก ๒ ชั่วโมง แล้วแต่อาการหนักเบา (ถ้าไม่มีรากมะปรางหวาน ใช้แต่รากย่านางแดงอย่างเดียวก็ได้)
ขนานที่
๒ ใช้รากแก้ว
รากมะขาม รากย่านาง ฝนกินแบบเดียวกับขนานที่ ๑
ขนานที่
๓ ใช้รากมะกรูด
รากมะนาว
รากมะปรางหวาน
รากเหมือดคน ยาทั้งสีนี้เลือกเอาแต่อย่างเดียวฝนด้วยน้ำซาวข้าวกิน
ถ้าไม่หายให้ฝนรวมเข้าด้วยกันทั้ง ๔ อย่าง ฝนกินแบบเดียวกับขนานที่ ๑
ขนานที่
๔ ใช้ใบข่อย
๑ กำมือ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำซาวข้าว ๑ แก้ว คั้นเอาน้ำกิน แบบเดียวกับขนานที่ ๑
ขนานที่
๕ ใช้ผักบุ้งแดงทั้งต้น
๑-๒ กำมือ
ใส่น้ำพอท่วมยาเติมน้ำตาลทรายแดงให้พอหวาน ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินครั้งละ ๑
แก้ว กินแบบเดียวกับขนานที่ ๑
๒. แพ้ท้อง
ให้กินปลาเล็กปลาน้อย
เช่น
ปลาไส้ตัน ลูกปลาสลิด
ปลากระดี่ทอดกรอบ กินทั้งก้างกินทุกวันละได้ธาตุแคลเซี่ยม
ใช้ใบสะระแหน่
๑
กำมือ
ตำกับเหล้า คั้นเอาน้ำยากินทีเดียวให้หมด
ถ้าอาการดีขึ้นให้กินซ้ำอีกสัก ๑ หรือ ๒ ครั้ง
๔. เบื่ออาหาร
ขนานที่
๑ ใช้ใบฟ้าทะลายโจรตากแห้งบดผง
ปั้นลูกกลอนกินก่อนอาหารครั้งละ ๔-๘ เม็ด
ขนานที่
๒ ใช้ลูกสมอไทยสดดองสุราอย่างน้อย
๗ วัน กินลูกสมอครั้งละ ๑-๒ ผล
ขนานที่
๓ ใช้เม็ดพริกไทย
หัวหญ้าแห้วหมู รากกระชาย
เถาบอระเพ็ดหนักอย่างละเท่าๆกัน บดเป็นผงปั้นลูกกลอน กินครั้งละ ๑ เม็ดหลังอาหาร
๕. ท้องอืด
ขนานที่
๑ เอาเหง้าขมิ้นชันตากแห้งบดผง
ปั้นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดในพุทรา
กินครั้งละ ๒-๓ เม็ดหลังอาหารและก่อนนอน
ขนานที่
๒ ใช้ใบพลูสด
๒
ใบตำคั้นเอาน้ำให้ได้สัก
๑-๒ ช้อนชา กินอึกเดียวแล้วดื่มน้ำตามเข้าไป ๑ แก้วกินหลังอาหารและก่อนนอน
ขนานที่
๓ ใช้ขิงสดหั่นเป็นแว่น
๑
ขยุ้มมือ ชงกับน้ำเดือด ๑
แก้ว หรือต้มให้เดือดนาน ๓-๕ นาทีตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ดื่มรวดเดียวให้หมด
หรือเอาขิงสดขนาดเท่าหัวแม่มือตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำกิน
แล้วดื่มน้ำตามลงไป หรือเอาขิงแห้งบดผงใส่แคปซูลเบอร์
๒ กินครั้งละ ๑-๒ แคปซูล หลังอาหาร และก่อนนอน
ขนานที่
๔ เอากระเทียม
๕-๗
กลีบตำให้ละเอียดใช้ช้อนตกขึ้นมา
ใช้นิ้วควักกระเทียมจากช้อนติดปลายนิ้วมือและหย่อนก้อนกระเทียมนี้ลงในคอ
กลืนลงไปและดื่มน้ำตามให้มากๆ
ขนานที่
๕ เอาผิวมะกรูด
๑ ลูก ตำให้ละเอียด
ผสมน้ำนิดหน่อยคั้นให้ได้น้ำ ๑ ถ้วยชา ดื่มรวดเดียวให้หมดและดื่มน้ำตาม
ขนานที่
๖ ใช้เหง้าข่าอ่อนกินเป็นอาหาร
ขนานที่
๗ ใช้ตะไคร้
เอาเปลือกที่แข็งๆ ออก เหลือแต่ไส้ในอ่อนเคี้ยวกินเป็นอาหาร
ขนานที่
๘ เอาลูกยอสุกโขลกกับเกลือผสมน้ำผึ้ง
ปั้นเป็นยาลูกกลอน
ขนาดเท่าเม็ดในพุทรา
กินครั้งละ ๑-๒ เม็ด วันละ ๓ เวลาหลังอาหาร เป็นยาขับผายลมในลำไส้
ขนานที่
๑ ใช้รากเจตพังคีฝนกับน้ำปูนใสทาท้องเด็ก
ขนานที่
๒ ใช้ดอกกานพลูทุบพอช้ำ
๑ ดอก ใส่ในน้ำที่ใช้ชงนม ๑ ขวดน้ำปลา เอาน้ำนั้นชงนมให้เด็กดูดกิน
ขนานที่
๓ ใช้ใบพลู
๔-๕ ใบ มาอังไฟจนใบพลูอ่อน วางนาบ บนท้องเด็กขณะที่ยังอุ่นอยู่
วางช้อนกันเป็นขั้นๆ
ให้กินเนื้อลูกมะตูมสุกครั้งละ
๑ ลูก หลังอาหารทุกวัน
ขนานที่
๑ กินวุ้นว่านหางจระเข้ราดด้วยน้ำหวานวันละ
๔
ครั้งๆละ ๒ ช้อนโต๊ะ
ก่อนอาหารและก่อนนอน (วุ้นตัดเป็นท่อนเล็กๆ ก่อน เวลากินควรเคี้ยวให้ละเอียดด้วย)
ข้อควรระวัง
ก่อนกินต้องล้างยางให้หมดรสขมจริงๆ เสียก่อน เพราะยางทำให้กระเพาะลำไส้อักเสบกำเริบขึ้นได้
ขนานที่
๒ ให้กินน้ำข้าวต้มที่ต้มจนเปื่อย
ผสมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้กินง่าย กินวันละ ๔ ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่
๓ ใช้ใบฝรั่งแห้ง
๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือด ๑๐ นาที กินวันละ ๔ ครั้งๆละ ๑ แก้วก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่
๔ กินมะละกอสุกเป็นผลไม้หลังอาหารทุกมื้อเป็นประจำทุกวัน
(กินจนอิ่ม)
๙. โรคกระเพาะ
ยาทุกขนานนี้
ถ้าถูกกับยาจะรู้สึกดีขึ้นภายใน ๑ อาทิตย์ ให้กินต่อไปจนหายขาด
ขนานที่
๑ ใช้ไพลสด
๓
ส่วน
เกลือ
๑ ส่วน ตำผสมกัน
ปั้นเป็นเม็ดเท่าเม็ดในพุทรา กินวันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ เม็ดก่อนอาหาร
ขนานที่
๒ เอาข้าวตังมาคั่วให้แห้ง
ตากแดด ๓ วัน ตำให้ละเอียด ใช้ครั้งละ ๑-๒ ช้อนแกง ละลายในน้ำข้าวเช็ด ๑
ถ้วยแกง เติมเกลือเติมน้ำตาล เพื่อให้กินง่าย กินวันละ ๔ ครั้ง
ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่
๓ เอากล้วยหักมุกดิบ
หรือกล้วยน้ำว้าดิบหั่นตากแดด
บดผง
กินครั้งละ ๑-๒ ช้อนแกง
ละลายในน้ำข้าวเช็ดหรือน้ำหวาน กินวันละ ๔ ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
ขนานที่
๔ กินกล้วยน้ำว้าสุกๆ
วันละ ๓ ครั้งๆ ละ ๒ ลูก ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง
ขนานที่
๕ ตื่นนอนตอนเช้าให้กินน้ำให้มากที่สุด
ก่อนไปทำอะไรอื่น กินน้ำเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกินได้ถึง ๕ แก้ว
๑๐. ท้องเสีย
ขนานที่
๑ ให้ดื่มน้ำมากๆ
การดื่มน้ำมากๆ
สำคัญกว่ายาชนิดใดๆ โดยทั่วไปแล้ว ถ้ากินน้ำมากพอ ไม่จำเป็นต้องกินยาแก้ท้องเสียเลย
ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นเติมน้ำตาลทรายและเกลือลงไปในน้ำด้วย
(ใช้น้ำ
๑ ขวดน้ำปลา น้ำตาลทราย
๒ ช้อนแกง เกลือป่น
½ ช้อนชา
มีบางคนเข้าใจผิดว่าเวลาท้องเสียห้ามกินน้ำ เพราะคิดว่าน้ำจะทำให้ท้องเสียมากขึ้น
ที่จริงแล้วส่วนใหญ่ท้องเสียถึงตายเพราะขาดน้ำ)
ขนานที่
๒ ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนมากๆ
ขนานที่
๓ ชงหรือต้มน้ำชาแก่ๆ
กินเข้าไปมากๆ (ต้องระวังด้วยว่าท้องจะผูกตามมา)
ขนานที่
๔ ต้มยาที่มีรสฝากเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งกินคือ
ใบฝรั่ง เปลือกลูกทับทิม
เปลือกลูกมังคุด เปลือกแค ลูกมะตูมอ่อนตากแห้ง วิธีต้มคือใช้ตัวยา ๑
กำมือ ต้มกับน้ำ ๕ แก้ว ต้มให้เดือดนาน ๑๐-๓๐ นาที แล้วแต่ว่าโรคเป็นมากเป็นน้อย
กินครั้งละ ๑ แก้ว ทุก ๒ หรือ ๔ ชั่วโมง
ขนานที่
๕ ละลายเม็ดแมงลัก
๒ ช้อนชาลงในน้ำเย็น ๑
แก้ว ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงให้เม็ดแมงลักพองเต็มที่ กินให้หมดแก้วทุก ๔ ชั่วโมง
(ใส่เกลือและน้ำตาลด้วยยิ่งดี)บางคนท้องร่วง กินข้าวกินน้ำไม่ได้
ให้กินยาเม็ดหรือยาคั้นน้ำแทนดังนี้คือ
ขนานที่
๖ เอาใบฟ้าทะลายโจรตากแห้ง
บดผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นลูกกลอน กินครั้งละ ๔-๘ เม็ด (เม็ดขนาดเท่าเม็ดในพุทรา)
ขนานที่
๗ เอาเหง้าไพล
หรือกะทือ
หรือกระชาย
หรือขมิ้นชันอย่างใดอย่างหนึ่งล้างให้สะอาดปิ้งหรือเผาไฟพอให้สุก
ตำคั้นเอาน้ำให้ได้ ๒ ช้อนแกง ผสมน้ำปูนใส ๑ ช้อนแกง กินทีเดียวให้หมดทุก ๒ หรือ ๔
ชั่วโมง
ขนานที่
๘ เด็ดยอดฝรั่งค่อยๆ
เคี้ยวกินทีละยอดจนครบ ๗ ยอดทุก ๒ หรือ ๔ ชั่วโมง
๑๑. ท้องร่วงอย่างแรง
ขนานที่
๑ ใช้ทับทิมทั้งห้า
คือ ต้น ใบ ราก ดอก ผล
อย่างละเท่าๆกัน ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้ยาเดือดครึ่งชั่วโมง กินครั้งละ ½ -๑ แก้วทุก
๒ ชั่วโมง
ขนานที่
๒ ใช้เปลือกต้นคูน
๑-๒ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๑๕-๒๐ นาที กินครั้งละ ½ -๑ แก้ว ทุก ๒-๓
ชั่วโมง
ขนานที่
๑ ใช้ยอดทับทิม
๑ กำมือ ใส่น้ำ ๓-๔ แก้ว ต้มให้เดือดนานครึ่งชั่วโมง ให้เด็กกินครั้งละ ๑-๒ ถ้วยชา
ทุก ๒-๔ ชั่วโมง
ขนานที่
๒ เอาเนื้อกล้วยดิบมาฝานเป็นแผ่นบางปิ้งไฟให้สุก
ให้เด็กเคี้ยวกิน
หรือบดเป็นผงผสมน้ำหวานให้เด็กกินครั้งละ
½ -๑ ลูก ทุก ๒-๔ ชั่วโมง
ขนานที่
๓ เอาลูกฝรั่งดิบฝานตากแดดให้แห้ง
บดผงกินครั้งละครึ่งช้อนชา (ละลายน้ำกิน) ทุก ๒-๔ ชั่วโมง
ขนานที่
๔ ใช้ใบอ่อนของใบเทียนกิ่ง
๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๒๐-๓๐ นาที ให้เด็กกินครั้งละ ๑-๔ ช้อนแกง
วันละ ๔ ครั้งหรือทุกครั้งที่ถ่าย เทียนกิ่งใช้แก้ท้องเสียอย่างอ่อนจนถึงอย่างแรง
ขนานที่
๕ ใช้ผักเบี้ยใหญ่ทั้งต้น
(รากไม่เอา) ๒-๓ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๓๐-๔๕ นาที ให้กินทุกๆ ๒-๓
ชั่วโมง ครั้งละ ¼ - ½ แก้ว
๑๓. ท้องเสียบ่อย
แพ้อาหารต่างๆง่าย
กินอะไรนิดหน่อยก็ท้องเสียแล้ว
ขนานที่
๑ ซอยกระเทียม
๓-๗ กลีบลงในข้าว กินพร้อมกับกินข้าว วันละ ๒-๓ มื้อเป็นประจำ
ขนานที่
๒ ใช้เปลือกลูกมังคุดแห้ง
๑ ลูก ต้มกับน้ำ ๓-๔ แก้ว ให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินวันละ ๓-๔ ครั้งๆละ ๑ แก้ว
ก่อนอาหารและก่อนนอนยานี้ใช้กับเด็กเล็กได้ด้วย ขนาดให้ลดลงตามส่วน
ขนานที่
๓ ใช้ลูกมะตูมอ่อนฝานเป็นแผ่นบางๆ
ตากแห้ง
๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔
แก้ว ให้เดือดนาน ๑๐-๑๕ นาที กินวันละ ๓-๔ ครั้งๆละ ๑ แก้ว
ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง และก่อนนอน ยานี้ใช้กับเด็กเล็กได้ด้วย ขนาดให้ลดลงตามส่วน
ขนานที่
๔ ใช้เม็ดในมะม่วงสุก
ตากแห้ง บดผง กินครั้งละ ½ -๑ ช้อนชา วันละ ๓ ครั้งก่อนอาหาร
๑๔. บิด
ในรายที่เป็นไม่รุนแรง
คือไม่มีไข้สูง ไม่อ่อนเพลียมาก ให้ใช้ยาเหล่านี้ คือ
ขนานที่
๑ ใช้หญ้าใต้ใบ
๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔
แก้ว ให้เดือดนาน ๑๕-๓๐ นาที วิธีกินในวันแรกกินทุกครั้งที่ถ่ายหรือทุก
๒-๔ ชั่วโมง
วันที่สองกินวันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ แก้วก่อนอาหาร หลังจากหายแล้วให้กินต่ออีก ๑ วัน
ขนานที่
๒ ใช้กระชาย
ไพล กระทือ ขมิ้นชัน
อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ๑ กำมือ ตำให้ละเอียดผสมน้ำปูนใสพอให้ยาเหลวข้นๆ
คั้นเอาน้ำกินครั้งละ ๑ ถ้วยชา กินแบบเดียวกับขนานที่ ๑
ขนานที่
๓ เด็ดยอดโมกหลวงล้างให้สะอาด
จุ่มลงในน้ำต้มสุก
ให้ยางออกมาผสมกับน้ำจนน้ำเป็นสีเหมือนน้ำนม กินครั้งละ ๑ แก้ว กินแบบเดียวกับขนานที่
๑
ขนานที่
๔ ละลายเม็ดแมงลัก
๑-๒ ช้อนชา ลงในน้ำ ๑
แก้ว จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จริงๆ จนน้ำข้นกินครั้งละ ๑ แก้ว
วิธีกินเหมือนขนานที่ ๑
ขนานที่
๕ ใช้เปลือกลูกทับทิม
๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔
แก้ว ให้เดือดนาน ๒๐-๓๐ นาที กินครั้งละ ๒-๓ ช้อนแกง วิธีกินเหมือนขนานที่
๑
หรือเอาลูกทับทิมแก่ๆ
๑
ลูก
หั่นให้ละเอียดใส่ครกโขลกจนแหลกดี (ทั้งเม็ดและเปลือก) คั้นกับน้ำให้ได้สัก ๑ แก้ว
แล้วกินให้หมด
ขนานที่
๖ ใช้ผักเบี้ยใหญ่ทั้งต้น
(รากไม่เอา)
๑ กำมือ ใส่น้ำ ๕-๖ แก้ว ต้มให้เดือดนาน ๓๐-๔๕ นาที กินวันละ ๓ ครั้ง ๆละ ½ แก้ว
(ยานี้แก้ปิดมีตัวได้ด้วย)
ขนานที่
๗ เด็ดยอดสะแก
๗ ยอด ค่อยๆ เคี้ยวทีละยอดจนหมด วิธีใช้ยาเหมือนขนานที่ ๑
๑๕. บิดเรื้อรัง
ขนานที่
๑ ใช้เปลือกผลทับทิม
ผิงไฟให้แห้ง บดผง กินครั้งละ ½ -๑ ช้อนชา ผสมน้ำข้าวกินวันละ ๓ ครั้งก่อนอาหาร
ขนานที่
๒ ใช้เม็ดในมะม่วงสุก
ตากแห้งบดผง กินครั้งละ ½ -๑ ช้อนชาวันละ ๓ ครั้งก่อนอาหาร
ขนานที่
๓ ให้กินเนื้อมะตูมสุกครั้งละ
๑ ลูก หลังอาหารทุกวัน
ขนานที่
๔ ใช้ผักเบี้ยใหญ่ต้มกินเหมือนกับใช้แก้โรคบิด
(ดูโรคบิดขนานที่ ๖) กินติดต่อกันนาน ๑ เดือน
ขนานที่
๕ ใช้เปลือกต้นโกงกาง
๑
กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา
ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินวันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ แก้วก่อนอาหาร
๑๖. อ่อนเพลียจากโรคบิดหรือท้องร่วง
ใช้ใบบัวบก
๑-๒ กำมือ ตำคั้นเอาน้ำผสมน้ำตาลให้พอออกรสหวาน กินวันละ ๑ ครั้ง
ข้อควรระวัง
ห้ามกินเกินวันละ ๑ ครั้ง และห้ามกินติดต่อกันนานเกิน ๓-๔ วัน
เพราะบัวบกเป็นยาเย็นจัด
๑๗.
ท้องผูก
ขนานที่
๑ ตื่นเช้าให้ดื่มน้ำให้มากที่สุดก่อนไปทำอย่างอื่น
ดื่มถึง ๕ แก้วได้ยิ่งดี และในระหว่างวัน
กินน้ำให้ได้ ๘-๑๐ แก้ว
ขนานที่
๒ กินกล้วยน้ำว้าสุกวันละ
๓ ครั้งๆละ ๒ ลูก ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง
ขนานที่
๓ กินมะละกอสุกหลังอาหารทุกมื้อ
กินให้มากจนอิ่ม
ขนานที่
๔ ละลายเม็ดแมงลัก
๑-๒ ช้อนชา ลงในน้ำ ๑
แก้ว จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จนได้น้ำข้น ใส่น้ำตาลนิดหน่อยพอให้กินง่าย
กินครั้งละ ๑ แก้วก่อนนอน
ขนานที่
๕ ตื่นเช้าก่อนทำอะไรอื่นให้กินน้ำร้อนจัดๆ
๑ แก้ว ค่อยๆจิบกิน เหมือนกินกาแฟร้อน
ยาขนานที่
๑-๕
นี้
กินเป็นประจำทุกวันได้โดยไม่อันตราย ส่วนยาขนานต่อไปนี้เป็นยาถ่ายให้กินเมื่อจำเป็นจริงๆ
ห้ามกินเป็นประจำ เพราะจะทำให้ลำไส้เสีย
ขนานที่
๖ ใช้ใบข่อยปิ้งไฟให้เหลืองกรอบ
๑-๒
หยิบมือ ชงกับน้ำเดือด ๑
แก้ว กินวันละ ๓-๔ แก้ว ก่อนอาหารเป็นยาระบายท้องอ่อนๆ
ขนานที่
๗ เอาลูกมะขามป้อมสด
๑ กำมือ แกะเอาแต่เนื้อตำกับพริก เกลือ น้ำตาล ปรุงรสตามใจชอบ ตำพอแหลก กินให้หมดก่อนนอนเพียงครั้งเดียว
ขนานที่
๘ ใช้ลูกสมอไทยแห้ง
๓-๕ ลูก ใส่น้ำ ๒ แก้ว ใส่เกลือ ๑ หยิบมือ ต้มให้เหลือน้ำ ๑ แก้ว กินครั้งละ ½ - ๑
แก้ว ก่อนนอนหรือหลังตื่นนอนใหม่ๆ
ขนานที่
๙ ใช้ใบขี้เหล็กอ่อนหรือดอกตูมของขี้เหล็ก
๑-๒ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๑๕ นาที กินครั้งละ ๑
แก้ว ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน
ขนานที่
๑๐ ใช้ใบชุมเห็ดเทศตากแห้ง
คั่วไฟให้พอหอม
๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา
ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินครั้งละ ½ -๑ แก้ว ก่อนนอนหรือก่อนอาหารเช้า
ขนานที่
๑๑ ใช้เนื้อในของฝักคูน
ที่มีสีดำเข้มเป็นยางเหนียว
ปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าเม็ดในพุทรา
กินที่ละ ๑-๔ ก้อน ก่อนนอน (แล้วแต่คนธาตุหนักเบา)
หรือเอาเนื้อในฝักคูนครึ่งฝักต้มน้ำ
๒-๓ แก้วให้เดือดนาน ๕-๑๐
นาที กินครั้งละ ½ -๑ แก้วก่อนนอน (ถ้าไม่ถ่ายให้เพิ่มขนาดยา)
ขนานที่
๑๒ เอาเนื้อส้มมะขามเปียกจิ้มเกลือกิน
ก้อนขนาดเท่าหัวแม่มือ ครั้งละ ๒-๓ ก้อน ก่อนนอน
ขนานที่
๑๓ ใช้ใบมะขามอ่อน
๑ กำมือปิ้งไฟ
หรือตากแห้งแล้วคั่ว ใส่น้ำให้ท่วมยา ใส่เกลือพอเค็ม ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที
กินก่อนนอน ครั้งละ ๑ แก้ว
ขนานที่
๑ เอาเทียนแท่งเล็กๆ
หลาวอย่าให้มีคม
ตัดว่านหางจระเข้มา
๑ ใบ
เอาเทียนที่หลาวเสียบในวุ้นว่านหางจระเข้สักอึดใจหนึ่ง
ชักออกมาเหน็บทวารเด็ก
(อย่าให้ลึกเกินไป) แล้วก็ชักออกมา อุจจาระ เด็กจะตามออกมา
ขนานที่
๒ ใช้ช้อนขูดกล้วยน้ำว้าสุกเบาๆ
(ถ้าได้กล้วยหักมุกเผาจะดีมาก) เพื่อให้กล้วยละเอียด ให้เด็กกินวันละ ๒ ครั้ง
ระหว่างมื้ออาหาร (เด็กอายุหนึ่งขวบให้กินครั้งละ ๑ ลูก เด็กเล็ก
หรือเด็กโตให้ลดหรือเพิ่มตามกำลังของเด็ก) เด็กอายุต่ำกว่า ๓ เดือนห้ามกินกล้วย
๑๙. ท้องผูกในคนแก่หรือสตรีมีครรภ์
ให้กินน้ำผึ้งทุกเช้า
โดยใช้น้ำผึ้ง ๒ ช้อนแกง ละลายในน้ำเย็นครึ่งแก้ว
๒๐. โรคพยาธิ