โรคเกี่ยวกับท้อง


 

๑. ผิดสำแดง
๒.
แพ้ท้อง

๓. ปวดท้องเพราะอาหารเป็นพิษ

. เบื่ออาหาร

๕. ท้องอืด

๖. ท้องอืดในเด็กอ่อน

๗. ท้องอืดในผู้สูงอายุ

๘. กระเพาะลำไส้อักเสบ

๙. โรคกระเพาะ

o. ท้องเสีย

๑๑. ท้องร่วงอย่างแรง

๑๒. ท้องเสียในเด็กอ่อน

๑๓. ท้องเสียบ่อย

๑๔. บิด

๑๕. บิดเรื้อรัง

๑๖. อ่อนเพลียจากโรคบิดหรือท้องร่วง

๑๗. ท้องผูก

๑๘. ท้องผูกในเด็กอ่อน

๑๙. ท้องผูกในคนแก่หรือสตรีมีครรภ์

๒0. โรคพยาธิ

๒๑. ตับหรือม้านโต

 

 


๑. ผิดสำแดง

เกิดจากกินอาหารที่แสลงต่อโรค มีอาการต่างๆกันไป เช่น จุกแน่นท้อง ท้องร่วง บางที

ลิ้นแข็ง คางแข็ง ขบฟันแน่น  ไม่รู้สึกตัว  บางทีจุกแน่นหน้าอก  บางทีร้อนภายในคลุ้มคลั่ง เป็นโรคที่มีอาการรุนแรงและเป็นหลังจากกินอาหารใหม่ๆ

ขนานที่ ๑               เอารากย่านางแดง กับรากมะปรางหวาน ฝนกับน้ำอย่างละเท่าๆกัน ฝนจนน้ำขุ่นแต่ไม่ถึงกับข้นกินครั้งละ ½ -๑  แก้ว วันละ ๓-๔ ครั้ง หรือทุก ๒ ชั่วโมง แล้วแต่อาการหนักเบา (ถ้าไม่มีรากมะปรางหวาน ใช้แต่รากย่านางแดงอย่างเดียวก็ได้)

 

ขนานที่ ๒               ใช้รากแก้ว รากมะขาม รากย่านาง ฝนกินแบบเดียวกับขนานที่ ๑

 

ขนานที่ ๓               ใช้รากมะกรูด  รากมะนาว  รากมะปรางหวาน รากเหมือดคน ยาทั้งสีนี้เลือกเอาแต่อย่างเดียวฝนด้วยน้ำซาวข้าวกิน ถ้าไม่หายให้ฝนรวมเข้าด้วยกันทั้ง ๔ อย่าง ฝนกินแบบเดียวกับขนานที่ ๑

 

ขนานที่ ๔               ใช้ใบข่อย ๑ กำมือ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำซาวข้าว ๑ แก้ว คั้นเอาน้ำกิน แบบเดียวกับขนานที่ ๑

 

ขนานที่ ๕               ใช้ผักบุ้งแดงทั้งต้น  ๑-๒ กำมือ ใส่น้ำพอท่วมยาเติมน้ำตาลทรายแดงให้พอหวาน ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินครั้งละ ๑ แก้ว กินแบบเดียวกับขนานที่ ๑

 


๒. แพ้ท้อง

ให้กินปลาเล็กปลาน้อย  เช่น  ปลาไส้ตัน ลูกปลาสลิด ปลากระดี่ทอดกรอบ กินทั้งก้างกินทุกวันละได้ธาตุแคลเซี่ยม

 


๓. ปวดท้องเพราะอาหารเป็นพิษ

ใช้ใบสะระแหน่    กำมือ  ตำกับเหล้า คั้นเอาน้ำยากินทีเดียวให้หมด ถ้าอาการดีขึ้นให้กินซ้ำอีกสัก ๑ หรือ ๒ ครั้ง

 


๔. เบื่ออาหาร

ขนานที่ ๑               ใช้ใบฟ้าทะลายโจรตากแห้งบดผง ปั้นลูกกลอนกินก่อนอาหารครั้งละ ๔-๘ เม็ด

 

ขนานที่ ๒               ใช้ลูกสมอไทยสดดองสุราอย่างน้อย ๗ วัน กินลูกสมอครั้งละ ๑-๒ ผล

 

ขนานที่ ๓               ใช้เม็ดพริกไทย  หัวหญ้าแห้วหมู รากกระชาย เถาบอระเพ็ดหนักอย่างละเท่าๆกัน บดเป็นผงปั้นลูกกลอน กินครั้งละ ๑ เม็ดหลังอาหาร

 


๕. ท้องอืด

ขนานที่ ๑               เอาเหง้าขมิ้นชันตากแห้งบดผง  ปั้นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดในพุทรา กินครั้งละ ๒-๓ เม็ดหลังอาหารและก่อนนอน

 

ขนานที่ ๒               ใช้ใบพลูสด    ใบตำคั้นเอาน้ำให้ได้สัก ๑-๒ ช้อนชา กินอึกเดียวแล้วดื่มน้ำตามเข้าไป ๑ แก้วกินหลังอาหารและก่อนนอน

 

ขนานที่ ๓               ใช้ขิงสดหั่นเป็นแว่น    ขยุ้มมือ ชงกับน้ำเดือด ๑ แก้ว หรือต้มให้เดือดนาน ๓-๕ นาทีตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ดื่มรวดเดียวให้หมด   หรือเอาขิงสดขนาดเท่าหัวแม่มือตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำกิน  แล้วดื่มน้ำตามลงไป หรือเอาขิงแห้งบดผงใส่แคปซูลเบอร์ ๒ กินครั้งละ ๑-๒ แคปซูล หลังอาหาร และก่อนนอน

 

ขนานที่ ๔               เอากระเทียม  ๕-๗  กลีบตำให้ละเอียดใช้ช้อนตกขึ้นมา ใช้นิ้วควักกระเทียมจากช้อนติดปลายนิ้วมือและหย่อนก้อนกระเทียมนี้ลงในคอ กลืนลงไปและดื่มน้ำตามให้มากๆ

 

ขนานที่ ๕               เอาผิวมะกรูด  ๑ ลูก ตำให้ละเอียด ผสมน้ำนิดหน่อยคั้นให้ได้น้ำ ๑ ถ้วยชา ดื่มรวดเดียวให้หมดและดื่มน้ำตาม

 

ขนานที่ ๖               ใช้เหง้าข่าอ่อนกินเป็นอาหาร

 

ขนานที่ ๗               ใช้ตะไคร้ เอาเปลือกที่แข็งๆ ออก เหลือแต่ไส้ในอ่อนเคี้ยวกินเป็นอาหาร

 

ขนานที่ ๘               เอาลูกยอสุกโขลกกับเกลือผสมน้ำผึ้ง  ปั้นเป็นยาลูกกลอน  ขนาดเท่าเม็ดในพุทรา กินครั้งละ ๑-๒ เม็ด วันละ ๓ เวลาหลังอาหาร เป็นยาขับผายลมในลำไส้

 


๖. ท้องอืดในเด็กอ่อน

ขนานที่ ๑               ใช้รากเจตพังคีฝนกับน้ำปูนใสทาท้องเด็ก

 

ขนานที่ ๒               ใช้ดอกกานพลูทุบพอช้ำ ๑ ดอก ใส่ในน้ำที่ใช้ชงนม ๑ ขวดน้ำปลา เอาน้ำนั้นชงนมให้เด็กดูดกิน

 

ขนานที่ ๓               ใช้ใบพลู ๔-๕ ใบ มาอังไฟจนใบพลูอ่อน วางนาบ บนท้องเด็กขณะที่ยังอุ่นอยู่ วางช้อนกันเป็นขั้นๆ

 


๗. ท้องอืดในผู้สูงอายุ

ให้กินเนื้อลูกมะตูมสุกครั้งละ ๑ ลูก หลังอาหารทุกวัน

 


๘. กระเพาะลำไส้อักเสบ

ขนานที่ ๑               กินวุ้นว่านหางจระเข้ราดด้วยน้ำหวานวันละ    ครั้งๆละ ๒ ช้อนโต๊ะ ก่อนอาหารและก่อนนอน (วุ้นตัดเป็นท่อนเล็กๆ ก่อน เวลากินควรเคี้ยวให้ละเอียดด้วย)

ข้อควรระวัง ก่อนกินต้องล้างยางให้หมดรสขมจริงๆ เสียก่อน เพราะยางทำให้กระเพาะลำไส้อักเสบกำเริบขึ้นได้

 

ขนานที่ ๒               ให้กินน้ำข้าวต้มที่ต้มจนเปื่อย ผสมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้กินง่าย กินวันละ ๔ ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

 

ขนานที่ ๓               ใช้ใบฝรั่งแห้ง ๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือด ๑๐ นาที กินวันละ ๔ ครั้งๆละ ๑ แก้วก่อนอาหารและก่อนนอน

 

ขนานที่ ๔               กินมะละกอสุกเป็นผลไม้หลังอาหารทุกมื้อเป็นประจำทุกวัน (กินจนอิ่ม)

 


๙. โรคกระเพาะ

ยาทุกขนานนี้ ถ้าถูกกับยาจะรู้สึกดีขึ้นภายใน ๑ อาทิตย์ ให้กินต่อไปจนหายขาด

ขนานที่ ๑               ใช้ไพลสด    ส่วน  เกลือ  ๑ ส่วน ตำผสมกัน ปั้นเป็นเม็ดเท่าเม็ดในพุทรา กินวันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ เม็ดก่อนอาหาร

 

ขนานที่ ๒               เอาข้าวตังมาคั่วให้แห้ง ตากแดด ๓ วัน ตำให้ละเอียด ใช้ครั้งละ ๑-๒ ช้อนแกง ละลายในน้ำข้าวเช็ด ๑ ถ้วยแกง เติมเกลือเติมน้ำตาล เพื่อให้กินง่าย กินวันละ ๔ ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

ขนานที่ ๓               เอากล้วยหักมุกดิบ  หรือกล้วยน้ำว้าดิบหั่นตากแดด  บดผง  กินครั้งละ ๑-๒ ช้อนแกง ละลายในน้ำข้าวเช็ดหรือน้ำหวาน กินวันละ ๔ ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

 

ขนานที่ ๔               กินกล้วยน้ำว้าสุกๆ วันละ ๓ ครั้งๆ ละ ๒ ลูก ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง

 

ขนานที่ ๕               ตื่นนอนตอนเช้าให้กินน้ำให้มากที่สุด ก่อนไปทำอะไรอื่น กินน้ำเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกินได้ถึง ๕ แก้ว

 


๑๐. ท้องเสีย

ขนานที่ ๑               ให้ดื่มน้ำมากๆ  การดื่มน้ำมากๆ สำคัญกว่ายาชนิดใดๆ โดยทั่วไปแล้ว ถ้ากินน้ำมากพอ ไม่จำเป็นต้องกินยาแก้ท้องเสียเลย  ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นเติมน้ำตาลทรายและเกลือลงไปในน้ำด้วย  (ใช้น้ำ  ๑ ขวดน้ำปลา น้ำตาลทราย  ๒ ช้อนแกง เกลือป่น ½  ช้อนชา มีบางคนเข้าใจผิดว่าเวลาท้องเสียห้ามกินน้ำ เพราะคิดว่าน้ำจะทำให้ท้องเสียมากขึ้น ที่จริงแล้วส่วนใหญ่ท้องเสียถึงตายเพราะขาดน้ำ)

 

ขนานที่ ๒               ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนมากๆ

 

ขนานที่ ๓               ชงหรือต้มน้ำชาแก่ๆ กินเข้าไปมากๆ (ต้องระวังด้วยว่าท้องจะผูกตามมา)

 

ขนานที่ ๔               ต้มยาที่มีรสฝากเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งกินคือ  ใบฝรั่ง เปลือกลูกทับทิม เปลือกลูกมังคุด เปลือกแค ลูกมะตูมอ่อนตากแห้ง  วิธีต้มคือใช้ตัวยา ๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๕ แก้ว ต้มให้เดือดนาน ๑๐-๓๐ นาที แล้วแต่ว่าโรคเป็นมากเป็นน้อย กินครั้งละ ๑ แก้ว ทุก ๒ หรือ ๔ ชั่วโมง

 

ขนานที่ ๕               ละลายเม็ดแมงลัก  ๒ ช้อนชาลงในน้ำเย็น ๑ แก้ว ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงให้เม็ดแมงลักพองเต็มที่ กินให้หมดแก้วทุก ๔ ชั่วโมง (ใส่เกลือและน้ำตาลด้วยยิ่งดี)บางคนท้องร่วง กินข้าวกินน้ำไม่ได้ ให้กินยาเม็ดหรือยาคั้นน้ำแทนดังนี้คือ

 

ขนานที่ ๖               เอาใบฟ้าทะลายโจรตากแห้ง บดผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นลูกกลอน กินครั้งละ ๔-๘ เม็ด (เม็ดขนาดเท่าเม็ดในพุทรา)

 

ขนานที่ ๗               เอาเหง้าไพล  หรือกะทือ  หรือกระชาย  หรือขมิ้นชันอย่างใดอย่างหนึ่งล้างให้สะอาดปิ้งหรือเผาไฟพอให้สุก ตำคั้นเอาน้ำให้ได้ ๒ ช้อนแกง ผสมน้ำปูนใส ๑ ช้อนแกง กินทีเดียวให้หมดทุก ๒ หรือ ๔ ชั่วโมง

 

ขนานที่ ๘               เด็ดยอดฝรั่งค่อยๆ เคี้ยวกินทีละยอดจนครบ ๗ ยอดทุก ๒ หรือ ๔ ชั่วโมง

 


๑๑. ท้องร่วงอย่างแรง

ขนานที่ ๑               ใช้ทับทิมทั้งห้า  คือ ต้น ใบ ราก ดอก ผล อย่างละเท่าๆกัน ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้ยาเดือดครึ่งชั่วโมง กินครั้งละ ½ -๑ แก้วทุก ๒ ชั่วโมง

 

ขนานที่ ๒               ใช้เปลือกต้นคูน ๑-๒ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๑๕-๒๐ นาที กินครั้งละ ½ -๑ แก้ว ทุก ๒-๓ ชั่วโมง

 


๑๒. ท้องเสียในเด็กอ่อน

ขนานที่ ๑               ใช้ยอดทับทิม ๑ กำมือ ใส่น้ำ ๓-๔ แก้ว ต้มให้เดือดนานครึ่งชั่วโมง ให้เด็กกินครั้งละ ๑-๒ ถ้วยชา ทุก ๒-๔ ชั่วโมง

 

ขนานที่ ๒               เอาเนื้อกล้วยดิบมาฝานเป็นแผ่นบางปิ้งไฟให้สุก  ให้เด็กเคี้ยวกิน  หรือบดเป็นผงผสมน้ำหวานให้เด็กกินครั้งละ ½ -๑ ลูก ทุก ๒-๔ ชั่วโมง

 

ขนานที่ ๓               เอาลูกฝรั่งดิบฝานตากแดดให้แห้ง บดผงกินครั้งละครึ่งช้อนชา (ละลายน้ำกิน) ทุก ๒-๔ ชั่วโมง

 

ขนานที่ ๔               ใช้ใบอ่อนของใบเทียนกิ่ง ๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๒๐-๓๐ นาที ให้เด็กกินครั้งละ ๑-๔ ช้อนแกง วันละ ๔ ครั้งหรือทุกครั้งที่ถ่าย เทียนกิ่งใช้แก้ท้องเสียอย่างอ่อนจนถึงอย่างแรง

 

ขนานที่ ๕               ใช้ผักเบี้ยใหญ่ทั้งต้น (รากไม่เอา) ๒-๓ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๓๐-๔๕ นาที ให้กินทุกๆ ๒-๓ ชั่วโมง ครั้งละ ¼ - ½  แก้ว

 


๑๓. ท้องเสียบ่อย

แพ้อาหารต่างๆง่าย กินอะไรนิดหน่อยก็ท้องเสียแล้ว

ขนานที่ ๑               ซอยกระเทียม ๓-๗ กลีบลงในข้าว กินพร้อมกับกินข้าว วันละ ๒-๓ มื้อเป็นประจำ

 

ขนานที่ ๒               ใช้เปลือกลูกมังคุดแห้ง ๑ ลูก ต้มกับน้ำ ๓-๔ แก้ว ให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินวันละ ๓-๔ ครั้งๆละ ๑ แก้ว ก่อนอาหารและก่อนนอนยานี้ใช้กับเด็กเล็กได้ด้วย ขนาดให้ลดลงตามส่วน

 

ขนานที่ ๓               ใช้ลูกมะตูมอ่อนฝานเป็นแผ่นบางๆ  ตากแห้ง  ๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔ แก้ว ให้เดือดนาน ๑๐-๑๕ นาที กินวันละ  ๓-๔ ครั้งๆละ ๑ แก้ว ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง และก่อนนอน ยานี้ใช้กับเด็กเล็กได้ด้วย ขนาดให้ลดลงตามส่วน

 

ขนานที่ ๔               ใช้เม็ดในมะม่วงสุก ตากแห้ง บดผง กินครั้งละ ½ -๑ ช้อนชา วันละ ๓ ครั้งก่อนอาหาร

 


๑๔. บิด

ในรายที่เป็นไม่รุนแรง คือไม่มีไข้สูง ไม่อ่อนเพลียมาก ให้ใช้ยาเหล่านี้ คือ

ขนานที่ ๑               ใช้หญ้าใต้ใบ  ๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔ แก้ว ให้เดือดนาน ๑๕-๓๐ นาที วิธีกินในวันแรกกินทุกครั้งที่ถ่ายหรือทุก  ๒-๔ ชั่วโมง วันที่สองกินวันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ แก้วก่อนอาหาร หลังจากหายแล้วให้กินต่ออีก ๑ วัน  

 

ขนานที่ ๒               ใช้กระชาย  ไพล กระทือ ขมิ้นชัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ๑ กำมือ ตำให้ละเอียดผสมน้ำปูนใสพอให้ยาเหลวข้นๆ คั้นเอาน้ำกินครั้งละ ๑ ถ้วยชา กินแบบเดียวกับขนานที่ ๑

 

ขนานที่ ๓               เด็ดยอดโมกหลวงล้างให้สะอาด  จุ่มลงในน้ำต้มสุก ให้ยางออกมาผสมกับน้ำจนน้ำเป็นสีเหมือนน้ำนม กินครั้งละ ๑ แก้ว กินแบบเดียวกับขนานที่ ๑

 

ขนานที่ ๔               ละลายเม็ดแมงลัก  ๑-๒ ช้อนชา ลงในน้ำ ๑ แก้ว จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จริงๆ จนน้ำข้นกินครั้งละ ๑ แก้ว วิธีกินเหมือนขนานที่ ๑

 

ขนานที่ ๕               ใช้เปลือกลูกทับทิม  ๑ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔ แก้ว ให้เดือดนาน ๒๐-๓๐ นาที กินครั้งละ ๒-๓ ช้อนแกง วิธีกินเหมือนขนานที่    หรือเอาลูกทับทิมแก่ๆ    ลูก หั่นให้ละเอียดใส่ครกโขลกจนแหลกดี (ทั้งเม็ดและเปลือก) คั้นกับน้ำให้ได้สัก ๑ แก้ว แล้วกินให้หมด

 

ขนานที่ ๖               ใช้ผักเบี้ยใหญ่ทั้งต้น  (รากไม่เอา) ๑ กำมือ ใส่น้ำ ๕-๖ แก้ว ต้มให้เดือดนาน ๓๐-๔๕ นาที กินวันละ ๓ ครั้ง ๆละ ½ แก้ว (ยานี้แก้ปิดมีตัวได้ด้วย)

 

ขนานที่ ๗               เด็ดยอดสะแก ๗ ยอด ค่อยๆ เคี้ยวทีละยอดจนหมด วิธีใช้ยาเหมือนขนานที่ ๑

 


๑๕. บิดเรื้อรัง

ขนานที่ ๑               ใช้เปลือกผลทับทิม ผิงไฟให้แห้ง บดผง กินครั้งละ ½ -๑ ช้อนชา ผสมน้ำข้าวกินวันละ ๓ ครั้งก่อนอาหาร

 

ขนานที่ ๒               ใช้เม็ดในมะม่วงสุก ตากแห้งบดผง กินครั้งละ ½ -๑ ช้อนชาวันละ ๓ ครั้งก่อนอาหาร

 

ขนานที่ ๓               ให้กินเนื้อมะตูมสุกครั้งละ ๑ ลูก หลังอาหารทุกวัน

 

ขนานที่ ๔               ใช้ผักเบี้ยใหญ่ต้มกินเหมือนกับใช้แก้โรคบิด (ดูโรคบิดขนานที่ ๖) กินติดต่อกันนาน ๑ เดือน

 

ขนานที่ ๕               ใช้เปลือกต้นโกงกาง    กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินวันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ แก้วก่อนอาหาร

 


๑๖. อ่อนเพลียจากโรคบิดหรือท้องร่วง

ใช้ใบบัวบก ๑-๒ กำมือ ตำคั้นเอาน้ำผสมน้ำตาลให้พอออกรสหวาน กินวันละ ๑ ครั้ง

ข้อควรระวัง ห้ามกินเกินวันละ ๑ ครั้ง และห้ามกินติดต่อกันนานเกิน ๓-๔ วัน เพราะบัวบกเป็นยาเย็นจัด

 

๗. ท้องผูก

ขนานที่ ๑               ตื่นเช้าให้ดื่มน้ำให้มากที่สุดก่อนไปทำอย่างอื่น ดื่มถึง ๕ แก้วได้ยิ่งดี และในระหว่างวัน  กินน้ำให้ได้ ๘-๑๐ แก้ว

 

ขนานที่ ๒               กินกล้วยน้ำว้าสุกวันละ ๓ ครั้งๆละ ๒ ลูก ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง

 

ขนานที่ ๓               กินมะละกอสุกหลังอาหารทุกมื้อ กินให้มากจนอิ่ม

 

ขนานที่ ๔               ละลายเม็ดแมงลัก  ๑-๒ ช้อนชา ลงในน้ำ ๑ แก้ว จนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่จนได้น้ำข้น ใส่น้ำตาลนิดหน่อยพอให้กินง่าย กินครั้งละ ๑ แก้วก่อนนอน

 

ขนานที่ ๕               ตื่นเช้าก่อนทำอะไรอื่นให้กินน้ำร้อนจัดๆ ๑ แก้ว ค่อยๆจิบกิน เหมือนกินกาแฟร้อน

ยาขนานที่  ๑-๕  นี้ กินเป็นประจำทุกวันได้โดยไม่อันตราย ส่วนยาขนานต่อไปนี้เป็นยาถ่ายให้กินเมื่อจำเป็นจริงๆ ห้ามกินเป็นประจำ เพราะจะทำให้ลำไส้เสีย

 

ขนานที่ ๖               ใช้ใบข่อยปิ้งไฟให้เหลืองกรอบ  ๑-๒  หยิบมือ ชงกับน้ำเดือด ๑ แก้ว กินวันละ ๓-๔ แก้ว ก่อนอาหารเป็นยาระบายท้องอ่อนๆ

 

ขนานที่ ๗               เอาลูกมะขามป้อมสด ๑ กำมือ แกะเอาแต่เนื้อตำกับพริก เกลือ น้ำตาล ปรุงรสตามใจชอบ ตำพอแหลก กินให้หมดก่อนนอนเพียงครั้งเดียว

 

ขนานที่ ๘               ใช้ลูกสมอไทยแห้ง ๓-๕ ลูก ใส่น้ำ ๒ แก้ว ใส่เกลือ ๑ หยิบมือ ต้มให้เหลือน้ำ ๑ แก้ว กินครั้งละ ½ - ๑ แก้ว ก่อนนอนหรือหลังตื่นนอนใหม่ๆ

 

ขนานที่ ๙               ใช้ใบขี้เหล็กอ่อนหรือดอกตูมของขี้เหล็ก ๑-๒ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๑๕ นาที กินครั้งละ ๑ แก้ว ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน

 

ขนานที่ ๑๐            ใช้ใบชุมเห็ดเทศตากแห้ง  คั่วไฟให้พอหอม  ๑ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินครั้งละ ½ -๑ แก้ว ก่อนนอนหรือก่อนอาหารเช้า

 

ขนานที่ ๑๑            ใช้เนื้อในของฝักคูน  ที่มีสีดำเข้มเป็นยางเหนียว  ปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าเม็ดในพุทรา กินที่ละ ๑-๔ ก้อน ก่อนนอน  (แล้วแต่คนธาตุหนักเบา)  หรือเอาเนื้อในฝักคูนครึ่งฝักต้มน้ำ  ๒-๓ แก้วให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินครั้งละ ½ -๑ แก้วก่อนนอน (ถ้าไม่ถ่ายให้เพิ่มขนาดยา)

 

ขนานที่ ๑๒            เอาเนื้อส้มมะขามเปียกจิ้มเกลือกิน ก้อนขนาดเท่าหัวแม่มือ ครั้งละ ๒-๓ ก้อน ก่อนนอน

 

ขนานที่ ๑๓            ใช้ใบมะขามอ่อน  ๑ กำมือปิ้งไฟ หรือตากแห้งแล้วคั่ว ใส่น้ำให้ท่วมยา ใส่เกลือพอเค็ม ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินก่อนนอน ครั้งละ ๑ แก้ว

 


๑๘. ท้องผูกในเด็กอ่อน

ขนานที่ ๑               เอาเทียนแท่งเล็กๆ  หลาวอย่าให้มีคม  ตัดว่านหางจระเข้มา  ๑ ใบ เอาเทียนที่หลาวเสียบในวุ้นว่านหางจระเข้สักอึดใจหนึ่ง  ชักออกมาเหน็บทวารเด็ก (อย่าให้ลึกเกินไป) แล้วก็ชักออกมา อุจจาระ เด็กจะตามออกมา

 

ขนานที่ ๒               ใช้ช้อนขูดกล้วยน้ำว้าสุกเบาๆ (ถ้าได้กล้วยหักมุกเผาจะดีมาก) เพื่อให้กล้วยละเอียด ให้เด็กกินวันละ ๒ ครั้ง ระหว่างมื้ออาหาร (เด็กอายุหนึ่งขวบให้กินครั้งละ ๑ ลูก เด็กเล็ก หรือเด็กโตให้ลดหรือเพิ่มตามกำลังของเด็ก) เด็กอายุต่ำกว่า ๓ เดือนห้ามกินกล้วย

 


๑๙. ท้องผูกในคนแก่หรือสตรีมีครรภ์

ให้กินน้ำผึ้งทุกเช้า โดยใช้น้ำผึ้ง ๒ ช้อนแกง ละลายในน้ำเย็นครึ่งแก้ว

 


๒๐. โรคพยาธิ