แผล


การใช้ใบไม้พอกอาจติดเชื้อบาดทะยักได้ ถ้าไม่ล้างใบไม้ให้สะอาดดีพอ ควรเลือกใบไม้ที่ไม่เปื้อนดินเปื้อนโคลน แล้วล้างด้วยน้ำต้มสุกให้สะอาดดี แผลมีหลายแบบดังนี้

๑. แผลช้ำบวม

๒. แผลถูกไม้ทิ่มตำ

๓. ลบรอยแผลเป็น

. แผลพุพอง

๕. แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

๖. แผลมีหนอง

๗. แผลสด

๘. แผลหมากัด

๙. ฝี

๑๐. ฝีตานทราง

๑๑. พิษแมงกะพรุนไฟ

๑๒. แมงมุมกัด

๑๓. แมลงสัตว์กัดต่อย

๑๔. เห็บกัด

๑๕. ตุ่มคันจากยุงกัด

๑๖. เริมและงูสวัด

๑๗. โรคผิวหนัง

๑๘. ลมพิษ

๑๙. เสี้ยนหนามตำ

๒๐. หูด

 


. แผลช้ำบวม

ใช้ใบพลู ๑-๒ ใบ ตำผสมกับเกลือ ๑-๒ หยิบมือพอกวันละ ๒ ครั้ง ต้องคอยหยอดน้ำให้ยาเปียกอยู่เสมอด้วย


๒. แผลถูกไม้ทิ่มตำ

                ใช้ใบพลูเช่นเดียวกับแผลช้ำบวม


๓. ลบรอยแผลเป็น

          แผลเป็นที่ใหม่ๆ คือยังเป็นไม่ถึง ๖ เดือน นั้นยังมีโอกาสให้ยาช่วยได้ ให้ใช้ยาดังนี้คือ

 

          ขนานที่ ๑         ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาบ่อยๆ วันละ ๓-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๒         ใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพองทาวันละ ๒-๓ ครั้ง


. แผลพุพอง

ขนานที่ ๑         ใช้ต้นเหงือกปลาหมอ ๑-๒ ขันต้มกับน้ำ ๓-๖ ขันให้เดือดนาน ๑๐-๑๕ นาที อาบในขณะที่ น้ำยังอุ่นๆ วันละ ๒ ครั้งเช้า-เย็น และแบ่งเอาน้ำยามากินด้วยครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น

 

          ขนานที่ ๒         ใช้ใบมะลิสดตำในกะลามะพร้าวที่พึ่งขูดใหม่ๆ คั้นเอาน้ำยาที่ได้แต้มแผลวันละ ๓-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๓         เอาเปลือกผลมังคุดตากแห้ง ฝนกับน้ำให้น้ำยาข้นพอควร ทาแผลวันละ ๓-๔ ครั้ง

 

ขนานที่ ๔         เอาใบมะละกอ ๕-๖ ใบตากแห้ง คั่วให้กรอบ ป่นให้ละเอียดแล้วเอามะพร้าว ๑ ซีกขูดคั้นเอาน้ำกะทิ เอาผงมะละกอมาเคี่ยวกับน้ำกะทิ ใช้ไฟอ่อนๆ จนกะทิกลายเป็นน้ำมัน เอาน้ำมันที่ได้ทาแผลวันละ ๓-๔ ครั้งและหลังอาบน้ำ


๕. แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

ขนานที่ ๑         เมื่อแรกถูกใหม่ๆ ถ้าถูกบริเวณมือหรือเท้า ให้จุ่มในน้ำมันเครื่องที่ยังไม่ได้ใช้ ถ้าจุ่มไม่ได้ก็เอาน้ำมันเครื่องมาทาจะช่วยให้หายปวดแสบปวดร้อน เมื่อหายปวดแล้วจึงใช้ยาอื่นต่อไป

 

          ขนานที่ ๒         ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาให้ผิวหนังเปียกชุ่มอยู่เสมอในวันแรกที่เป็น หลังจากนั้นทาบ่อยๆ หรือทาวันละ ๔-๕ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๓         ใช้น้ำแข็งประคบทันที ถ้าไม่มีน้ำแข็งให้แช่บริเวณถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวกลงในน้ำเย็น ตลอดเวลาจนแผลเย็นสนิท

 

ขนานที่ ๔         ใช้น้ำผึ้งแท้ทาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกให้เปียกชุ่มอยู่เสมอ จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน

 

ขนานที่ ๕         เอาปูนแดงก้อนขนาดเท่าปลายนิ้วชี้ไปเผาไฟให้โชน แล้วละลายในน้ำต้มสุกใหม่ ๒ แก้ว คนให้ทั่วทิ้งไว้ให้ปูนนอนก้น รินเอาน้ำใสๆออกมา เอาน้ำปูนใสที่ได้นี้ ๑ ส่วน ผสมกับน้ำมันมะพร้าวที่พึ่งเคี่ยวใหม่ๆ ๑ ส่วน โดยค่อยๆ เทน้ำมันมะพร้าวลงในน้ำปูนใส คอยคนอยู่เสมอ จะได้ครีมข้นสีขาว เอาผ้าขาวบางชุบครีมนี้ให้ชุ่มปิดแผล เปลี่ยนยาวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น


๖. แผลมีหนอง

ขนานที่ ๑         ใช้ใบฝรั่งตำกับข้าวสุกให้ละเอียด (ใช้อย่างละเท่าๆกัน) พอกที่แผล เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

ขนานที่ ๒         เอาเปลือกลูกมังคุดแห้ง เนื้อในลูกหมากที่สุกจนแห้งแล้ว ฝนกับน้ำจนได้น้ำยาพอข้นผสมปูนแดงกับพิมเสนลงไปเล็กน้อย ทาแผลวันละ ๒-๔ ครั้ง (ถ้าไม่มีลูกหมากกับพิมเสนจะใช้แต่มังคุดอย่างเดียวก็ได้)

 

ขนานที่ ๓         ใช้ใบลำโพงตำให้แหลกพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

ขนานที่ ๔         ใช้ต้นผักเบี้ยใหญ่ตำพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

ขนานที่ ๕         เอาเม็ดต้อยติ่งเปียกๆ แผ่ให้บาง แล้วปิดบนบาดแผลเปลี่ยนยาวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น

 

ขนานที่ ๖         เอาเนื้อมะละกอดิบแก่สดตำให้แหลก (เปลือกไม่เอา) พอกที่แผลหาผ้าพันเปลี่ยนยาวันละ ๓ ครั้งจนกว่าแผลจะหาย (ถ้าพอกแล้วรู้สึกแสบเพราะยากัดให้หยุดใช้ทันที และคนที่แพ้ยางมะละกอห้ามใช้)

 

ขนานที่ ๗         ใช้ต้นและใบเหงือกปลาหมอสด ล้างให้สะอาดตำให้ละเอียดพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น

 

ขนานที่ ๘         ใช้ใบทองหลางใบมนแก่สดๆ รมควันให้เฉาหรือเหี่ยว แล้วชุบเหล้า เอาปิดแผลช่วยดูดหนองให้ไหลออกจนยุบแห้ง เปลี่ยนยาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

ขนานที่ ๙         ใช้น้ำตาลทรายบดเป็นผงละเอียดโรยแผลวันละ ๒-๓ ครั้ง ก่อนโรยทุกครั้งต้องล้างแผลก่อน (น้ำตาลทรายต้องสะอาด ถ้าให้ดีควรจะต้มเคี่ยวใหม่ เก็บเอาไว้ใช้)

 

ขนานที่ ๑๐       เอาเหง้าไพลล้างให้สะอาด ปอกเปลือกตำให้ละเอียดพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

ขนานที่ ๑๑       ใช้น้ำปูนใสผสมกับน้ำมะพร้าว (ดูแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกขนานที่ ๕)


๗. แผลสด

ยารักษาแผลสดเหล่านี้ เป็นยาช่วยห้ามเลือดด้วย ให้เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

ขนานที่ ๑         ใช้เหง้าขมิ้นชันสดตำพอก

 

ขนานที่ ๒         ใช้ยางกล้วยหยอดแผล ช่วยห้ามเลือดและสมานแผลได้

 

ขนานที่ ๓         เอาใบฝรั่งตำพอกแผลสด

 

ขนานที่ ๔         ใช้ใบพลูตำปิดแผลสด ช่วยสมานแผลได้ดี

 

ขนานที่ ๕         ใช้ใบหนุมานประสานกายตำพอกปิดแผล ห้ามเลือดแผลสดและสมานแผลได้ดี

 

ขนานที่ ๖         เอาเหง้าไพลล้างให้สะอาด ปอกเปลือกตำพอกที่แผลสด

 

ขนานที่ ๗         ใช้ผงชูรสโรยปิดแผล แล้วหาผ้าสะอาดปิดปากแผลเอาไว้


๘. แผลหมากัด

ใช้ใบตองแห้ง หรือพริกขี้หนูแห้ง ใส่หม้อหรือกะทะเอาไปตั้งไฟจนไหม้เป็นถ่านดำ บดเป็นผงละเอียด โรยใส่บาดแผล (ก่อนใส่แผลควรใช้น้ำล้างแผลเสียก่อน)


๙. ฝี

          เมื่อเป็นใหม่ๆ ต้องการให้ฝียุบให้ใช้ยาต่อไปนี้

          ขนานที่ ๑         เอามะละกอดิบๆ ผ่าเผาไฟให้ร้อนๆ ประคบวันละ ๓-๔ ครั้งๆหนึ่ง ๑๐-๒๐ นาที

 

          ขนานที่           เอาปูนแดงกับเนื้อมะขามเปียก อย่างละเท่าๆกัน บดผสมให้เข้ากันดีพอกวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๓         ใช้รากเจตมูลเพลิงแดงฝนกับน้ำปูนใสทาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๔         ใช้ข้าวที่หุงสุกร้อนๆ พอกฝีที่ยังไม่ตั้งหนอง เปลี่ยนยาเมื่อข้าวเย็นแล้ว พอกหลายครั้งฝียุบได้

         

          เมื่อฝีตั้งหัวแล้วให้ใช้ยาต่อไปนี้

          ขนานที่ ๑         ใช้หัวว่านมหากาฬ ตำพอกหรือใส่กับน้ำปูนใสทาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๒         ใช้ใบเสลดพังพอนตัวผู้ หรือตัวเมียก็ได้ ตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าพอให้เหนียวข้น พอกที่หัวฝี เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๓         ใช้ต้นเหงือกปลาหมอสดตำให้ละเอียดพอกฝี ดับพิษฝี เปลี่ยนยาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๔         ใช้ใบคว่ำตายหงายเป็นโขลกให้ละเอียด ใช้ปิดพอกฝีแก้ปวด แก้อักเสบฟกช้ำเป็นยาถอนพิษ เปลี่ยนยาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๕         ใช้ต้นเทียนดอกทั้งต้น (รากไม่ใช้) ๑ ต้น ตำให้ละเอียดพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๖         ใช้รากเขยตายฝนกับน้ำซาวข้าว ทาฝีต่างๆ ทุกชนิด ช่วยดูดพิษทำให้หายเจ็บปวด ทาวันละ ๓-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๗         ใช้ใบลำโพงตำพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๘         เอาเนื้อลูกมะละกอดิบตำให้แหลกพอกบนหัวฝี หาผ้าปิดไว้ เปลี่ยนยาวันละ ๒-๓ ครั้ง ยานี้ช่วยให้ฝีแตกไว

 

          ขนานที่ ๙         ใช้หญ้าใต้ใบทั้งต้น (รากไม่เอา) ตำผสมเหล้า พอกแก้ปวดฝี เปลี่ยนยาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๑๐       ใช้รากมะนาวฝนกับสุราให้ข้นๆ ทาฝี แก้ปวดฝี ทาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๑๑       ใช้เปลือกต้นเพกาฝนกับน้ำ ทาวันละ ๓-๔ ครั้ง เป็นยาดับพิษฝีให้หายปวดอักเสบ

 

          ขนานที่ ๑๒       ใช้ใบของต้นฝีหมอบตำพอกวันละ ๒-๓ ครั้ง ถอนพิษที่ทำให้ปวดอักเสบ

 

          ขนานที่ ๑๓       ใช้ใบผักเบี้ยใหญ่ตำพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒-๓ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๑๔       ใช้หัวของบัวบกหัว (บัวบกชนิดที่มีหัวกลมใหญ่) ฝนกับน้ำให้ข้นๆ ทาพอกฝีแก้ปวด

 

ขนานที่ ๑๕       เอาเมล็ดต้อยติ่งผสมน้ำให้เปียกแผ่บางๆ ปิดพอกที่หัวฝี ช่วยดูดหนองและลดการอักเสบด้วย (ต้องคอยเติมน้ำให้ยาเปียกอยู่เสมอ) เปลี่ยนยาวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น

 

ยากินตัดรากฝี

ใช้ต้นเหงือกปลาหมอทั้งต้นและรากสด หรือแห้งก็ได้ ๑-๒ กำมือ ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที กินวันละ ๓ ครั้งๆละ ๑ แก้ว

ก่อนอาหาร เป็นเวลา ๑ เดือน


๑๐. ฝีตานทราง

          เด็กเล็กชอบเป็นฝีบ่อยๆ

          ใช้ต้นหูปลาช่อนทั้งต้นและราก ๓-๔ กำมือ ต้มกับน้ำ ๓-๔ ขัน ให้เดือดนาน ๕-๑๐ นาที เอาน้ำกินครั้งละ ๑ / ๒ -๑ แก้ว และอาบวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น (ให้อาบน้ำฟอกสบู่ก่อนอาบน้ำยา หลังอาบน้ำยาแล้วไม่ต้องล้างออก)


๑๑. พิษแมงกะพรุนไฟ

          ขนานที่ ๑         ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาบ่อยๆ

 

          ขนานที่ ๒         เอาไส้ฟักพอก เปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๓         ใช้ผักบุ้งทะเลขยี้เอาน้ำ ทาให้เปียกอยู่เสมอ


๑๒. แมงมุมกัด

          ใช้หัวหอมเล็ก ๑ หัวแม่มือ ผสมกับยาหม่องเท่าปลายนิ้วก้อย ทุบพอหยาบๆ ให้กินให้หมดเพื่อให้ท้องร้อน ตำหัวหอมใหม่อีกสำหรับพอกแผลและให้คนไข้ผิงไฟให้ตัวร้อน เมื่อพิษหมดแล้วให้เอารากย่านางฝนกินอีก ๓ วันๆ ละ ๒-๔ ครั้งๆ ละ ๑ แก้ว


๑๓. แมลงสัตว์กัดต่อย

          ขนานที่ ๑         ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมีย ๑๐-๑๕ ใบ ตำผสมเหล้า ๑-๒ ช้อนแกง คั้นเอาน้ำดื่ม และเอาใบใหม่มาตำผสมเหล้าพอกที่แผล

 

ขนานที่ ๒         ใช้นิ้วมือหรือนิ้วเท้าจุ่มลงไปในน้ำส้มสายชูแล้วพยายามบีบรอบๆ บริเวณที่ถูกต่อย เพื่อไล่พิษออกมา ถ้าจุ่มไม่ได้ เอาสำลีชุบน้ำส้มสายชูปิดที่แผล

 

ขนานที่ ๓         ใช้พริกขี้หนูสดตำพอก

 

ขนานที่ ๔         ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาให้เปียกชุ่มเสมอ

 

ขนานที่           ใช้หัวหอมเล็กหรือหัวกระเทียมตำพอก

 

ขนานที่ ๖         เอาบริเวณที่ถูกต่อยไปอังไฟตะเกียงหรือไฟเทียนให้ร้อน

 

ขนานที่ ๗         ใช้ยางมะละกอทาให้เปียกอยู่เสมอ

 

ขนานที่ ๘         ใช้รากพญารากดำผสมกับเหล้าให้ข้นๆ ใช้สำลีชุบปิด

 


๑๔. เห็บกัด

          เอาปูนแดงป้ายลงไปที่ตัวเห็บ ตัวเห็บจะตายหลุดออกมา


๑๕. ตุ่มคันจากยุงกัด

          เอาปูนแดงป้ายที่ตุ่มยุงกัด วันละ ๓-๔ ครั้ง


๑๖. เริมและงูสวัด

          โรคเริมและงูสวัดใช้ยารักษาเหมือนๆกัน ถ้าโรคถูกกับยาจะรู้สึกดีขึ้นทันที

ขนานที่ ๑         เอาหัวมันเทศ ใบหรือหัวว่านมหากาฬ ข้าวสารอย่างละเท่าๆกัน ตำผสมกันให้ละเอียดพอกแผล เมื่อยาแห้งให้เปลี่ยนใหม่ (ถ้าไม่มีว่านมหากาฬใช้แต่มันเทศอย่างเดียวก็ได้)

 

          ขนานที่ ๒         เอาใบไมยราบตำให้ละเอียดผสมเหล้า แล้วคั้นเอาน้ำทา วันละ ๓-๔ ครั้ง

 

ขนานที่ ๓         ใช้ใบเสลดพังพอนตัวเมียตำให้ละเอียด ผสมเหล้าพอเหลวข้นๆ พอก คอยใส่เหล้าเมื่อยาเริ่มแห้ง พอกไว้ตลอดเวลาเปลี่ยนยาวันละ ๒-๔ ครั้ง

 

          ขนานที่ ๔         ใช้ใบฟ้าทะลายโจร ตำพอกเช่นเดียวกับใบเสลดพังพอน

 

          ขนานที่ ๕         ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาให้ชุ่มอยู่เสมอ


๑๗. โรคผิวหนัง

ขนานที่ ๑         ใช้เมล็ดลำโพงแห้ง ๖ ช้อนโต๊ะ (๓๐ กรัม) แช่ในน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันงา ๒ แก้วแช่ไว้นาน ๗ วัน กรองเอาน้ำมันเก็บไว้ ใช้ทาวันละ ๓-๔ ครั้ง

 

ขนานที่ ๒         ใช้ใบหรือดอกเลี่ยนขยี้ทา หรือใช้น้ำมันจากเม็ดเลี่ยน ทาวันละ ๓-๔ ครั้ง


๑๘. ลมพิษ

          เอาใบพลูมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าทาบ่อยๆ


๑๙. เสี้ยนหนามตำ

          ขนานที่ ๑         ใช้ยางมะละกอหยอดลงไปที่หนามตำให้เปียกชุ่มอยู่เสมอ สักพักหนึ่งตัวหนามจะถูกดันให้ลอยขึ้นมา ใช้เล็บจิกขึ้นมาได้

 

          ขนานที่ ๒         เอาเมล็ดฟักทองที่ตากแห้งแล้ว ตำให้แหลก ขยำกับน้ำปิดที่แผล จะดูดพิษให้หายจากเจ็บปวดบวม

 

          ขนานที่ ๓         ใช้ใบและรากเทียนดอกตำพอกแผลที่ถูกเศษแก้วเศษไม้ตำฝังอยู่ในเนื้อ เทียนดอกจะช่วยละลายเศษแก้วเศษไม้ได้


๒๐. หูด

          ขนานที่ ๑         สะกิดหัวหูดให้เปิดเป็นแผลเล็กน้อย แล้วเอายางมะละกอหยดที่หัวหูดบ่อยๆ ทำ ๗-๘ วัน

 

          ขนานที่ ๒         ใช้ยางจากต้นน้ำนมราชสีห์ทาหัวหูดบ่อยๆ